
ออริจิ้นฯจัดทัพครั้งใหญ่ ลั่นบุกหนักทุกเซ็กเมนต์
ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ค่ายออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายกลาง นอกตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่โดดเด่นในเชิงการขยายตัวและการตอบรับจากผู้บริโภค ด้วยแนวทางการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมไม่ไกลจากรถไฟฟ้าในราคาที่กลุ่มคนระดับกลางจับต้องได้ โดยหลังจากที่ขยายตัวต่อเนื่อง ค่ายออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จึงตัดสินใจนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อไม่นานมานี้ เพื่อเพิ่มช่องทางในการระดมทุน และบริหารต้นทุนการเงินให้มีประสิทธิภาพขึ้น
ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ค่ายออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายกลาง นอกตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่โดดเด่นในเชิงการขยายตัวและการตอบรับจากผู้บริโภค ด้วยแนวทางการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมไม่ไกลจากรถไฟฟ้าในราคาที่กลุ่มคนระดับกลางจับต้องได้ โดยหลังจากที่ขยายตัวต่อเนื่อง ค่ายออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จึงตัดสินใจนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อไม่นานมานี้ เพื่อเพิ่มช่องทางในการระดมทุน และบริหารต้นทุนการเงินให้มีประสิทธิภาพขึ้น
ขณะที่แผนพัฒนาโครงการนับจากนี้คงต้องเปลี่ยนไปจากเดิม ต้องบุกหนักมากขึ้น พร้อมกับต้องจัดทัพองค์กรใหม่ โดยสิริพงศ์ ศรีสว่างวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ กล่าวว่า อยู่ระหว่างจัดทัพองค์กรใหม่ รองรับแผนขยายตัวของบริษัทในอนาคต หลังจากที่ได้เสนอขายหุ้นใหม่แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) แล้วในช่วงปลายเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา โดยจะปรับการบริหารงานใหม่เป็นตามพื้นที่ตั้งโครงการ แบ่งเป็น 2 ตลาดหลักๆ คือ ตลาดกรุงเทพฯ และปริมณฑล และตลาดต่างจังหวัด ซึ่งปัจจุบันเน้น อ.ศรีราชา จากเดิมจะแบ่งทีมงานตามแบรนด์
ด้านการขยายตลาดคอนโด มิเนียม จากเดิมจะมีเซ็กเมนต์เดียว คือ คอนโดมิเนียมระดับกลาง ที่อาจจะไม่ใช่ตัวสถานีรถไฟฟ้า แต่เดินทางเข้าถึงตัวสถานีไม่ยาก แต่หลังจากเข้าตลาดหุ้นแล้ว ก็ต้องขยายไปยังกลุ่มลูกค้ากลางบนและกลางล่างมากขึ้น รวมถึงอาจขยายไปทำตลาดบ้านแนวราบ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ อีกทั้งจะมีแบรนด์ชัดเจน เช่น กลุ่มโครงการโลว์ไรส์ 8 ชั้น จะใช้แบรนด์เคนซิงตัน ส่วนอาคาร ไฮไรส์จะใช้แบรนด์ไนท์บริดจ์
นอกจากนี้ จะเน้นเรื่องสร้างแบรนด์มากขึ้น ด้วยการเช่าพื้นที่สถานีบีทีเอสอโศกเป็นศูนย์กลางซื้อขายและเช่าโครงการคอนโดมิเนียมในเครือออริจิ้นฯ เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมาย ส่วนการเปิดตัวโครงการใหม่วางแผนไว้ปีละ 10 โครงการ เป็นโครงการโลว์ไรส์ (คอนโดมิเนียมสูงไม่เกิน 8 ชั้น) 80% เฉลี่ยโครงการละ 600-700 ล้านบาท และโครงการไฮไรส์ (คอนโดมิเนียมสูงกว่า 8 ชั้น) 20% เฉลี่ยโครงการละ 1,000 ล้านบาท ตั้งเป้าโตปีละ 15%







