
เพิ่มคดีฟอกเงิน
ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 8 ต.ค. 2558 และให้มีผลบังคับในวันที่ 9 ต.ค.ที่ผ่านมา สำหรับ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2558
ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 8 ต.ค. 2558 และให้มีผลบังคับในวันที่ 9 ต.ค.ที่ผ่านมา สำหรับ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2558
สาระสำคัญของกฎหมายดังกล่าว จะเป็นการปรับปรุงและเพิ่ม “ความผิดมูลฐาน” ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 โดยเพิ่มมูลฐานความผิด “การค้ามนุษย์” ให้เป็นความผิดมูลฐานความผิดในมาตรา 3(2) จากเดิมที่ระบุเฉพาะเพียงความผิดเกี่ยวกับเพศในประมวลกฎหมายอาญา เฉพาะธุระจัดหา ล่อไปพาไป หรือรับไว้เพื่อการอนาจาร...
เป็นมาตรา 3 “ความผิดมูลฐาน” หมายความว่า...“(2) ความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ หรือความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาในความผิดเกี่ยวกับเพศ เฉพาะที่เกี่ยวกับการเป็นธุระจัดหา ล่อไปพาไป หรือรับไว้เพื่อการอนาจาร...”
ปรับปรุงมูลฐานความผิดการพนัน มาตรา 5(9) แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2551 จาก “(9) ความผิดเกี่ยวกับการพนันตามกฎหมายว่าด้วยการพนัน เฉพาะความผิดเกี่ยวกับการเป็นผู้จัดให้มีการเล่นการพนันโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีจำนวนผู้เข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นแต่ละครั้งเกินกว่าหนึ่งร้อยคน หรือมีวงเงินในการกระทำความผิดรวมกันมีมูลค่าเกินกว่าสิบล้านบาทขึ้นไป”
เป็น “(9) ความผิดเกี่ยวกับการพนันตามกฎหมายว่าด้วยการพนัน เฉพาะความผิดเกี่ยวกับการเป็นผู้จัดให้มีการเล่นการพนันโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยมีวงเงินในการกระทำความผิดรวมกันมีมูลค่าตั้งแต่ห้าล้านบาทขึ้นไป หรือเป็นการจัดให้มีการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์”
กฎหมายยังแก้ไขเพิ่มเติมนิยามมูลฐานความผิดเกี่ยวกับการกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์หรือปั่นหุ้น หรือความผิดเกี่ยวกับการกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับสัญญาซื้อขายล่วงหน้า รวมถึงกรณีการค้าอาวุธยุทธภัณฑ์เพื่อนำไปใช้ในการก่อการร้ายการรบหรือการสงคราม
อีกทั้งมีการเพิ่มเติมนิยามผู้กระทำความผิดฐานฟอกเงิน โดยมาตรา 5 ระบุเพิ่มว่า “(3) ได้มา ครอบครอง หรือใช้ทรัพย์สิน โดยรู้ในขณะที่ได้มา ครอบครอง หรือใช้ทรัพย์สินนั้นว่าเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด”
ขณะเดียวกัน กฎหมายให้แก้ไขเพิ่มมาตรา 15/1 ซึ่งบัญญัติว่า “เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ศุลกากรผู้ใดได้รับแจ้งรายการเกี่ยวกับการนำเงินตราไม่ว่าจะเป็นเงินตราหรือเงินตราต่างประเทศตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินเข้ามาในหรือออกไปนอกประเทศ อันมีมูลค่ารวมกันถึงจำนวนที่คณะกรรมการกำหนด ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ศุลกากรดังกล่าวรวบรวมและจัดส่งข้อมูลที่ได้รับแจ้งนั้นไปยังสำนักงาน...”
นอกจากนี้ ยังปรับปรุงแก้ไขข้อความเกี่ยวกับการให้รายงานข้อมูลการทำธุรกรรมการเงินในส่วนผู้ประกอบอาชีพตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินให้รัดกุมมากขึ้น การปรับปรุงองค์ประกอบ การสรรหาและอำนาจของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)
ตลอดจนปรับปรุงเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูล โดยห้ามไม่ให้ผู้ที่มีหน้าที่ต้องรายงานกระทำการใดๆ อันอาจทำให้ลูกค้าหรือบุคคลภายนอกทราบเกี่ยวกับการตรวจสอบ เว้นแต่เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายหรือตามคำสั่งศาลหรือเป็นการเปิดเผยข้อมูลระหว่างสำนักงานใหญ่กับสาขา เป็นต้น







