
‘เอสพีซูซูกิ’เลิกทำธุรกิจ
ขายหุ้นไทยซูซูกิ804ล./คืนสัญญาตัวแทนขายมอเตอร์ไซค์ซูซูกิ/ถอนหุ้นพ้นตลาด
โพสต์ทูเดย์
— SPSU เลิกธุรกิจ คืนสัญญาตัวแทนขายและจำหน่ายรถมอเตอร์ไซค์ให้ไทยซูซูกิ เอส.พี. อินเตอร์แนชั่นแนล ผู้ถือหุ้นใหญ่ ตั้งโต๊ะซื้อคืน 16.20 บาท เพิกถอนหุ้นออกจากตลาดนายสุริยา ตติยานุพันธ์วงศ์ เลขานุการบริษัท เอส.พี. ซูซูกิ (SPSU) เปิดเผยว่า คณะกรรมการบริษัทมีมติให้บริษัทขายหุ้นสามัญบริษัท ไทยซูซูกิมอเตอร์ ให้แก่บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น รวมถึงให้บริษัททำสัญญาซื้อขายหุ้นกับบริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น บริษัท ไทยซูซูกิมอเตอร์ และบริษัท เอส.พี. อินเตอร์แนชั่นแนล
ทั้งนี้ SPSU จะขายหุ้นไทยซูซูกิฯ ที่ถือทั้งหมดให้กับซูซูกิ มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น จำนวน 5,088 หุ้น หรือ 18.78% มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 หมื่นบาท ราคาซื้อหุ้นละ 131,666.61 บาท รวมเป็นเงิน 669.91 ล้านบาท นอกจากนี้บริษัทจะได้รับเงินปันผลของไทยซูซูกิฯ หุ้นละ 26,504 บาท รวมเงินปันผล 134.85 ล้านบาท ซึ่งมูลค่ารวมที่จะได้จากไทยซูซูกิฯ ทั้งการขายหุ้นและปันผล 804.77 ล้านบาท
นอกจากนี้ ให้บริษัทยกเลิกสัญญาการเป็นผู้จัดจำหน่ายรถ (Distributorship Agreement) และสัญญาการเป็นตัวแทนจำหน่าย (Dealership Agreements) คืนแก่ไทยซูซูกิมอเตอร์ ภายในวันที่ 31 ธ.ค. 2553 และให้ขายหุ้นบริษัท สินพล โดยมอบอำนาจให้นายสถิตย์พงษ์ พรประภา กรรมการผู้จัดการ มีอำนาจดำเนินการต่างๆ ซึ่งการยกเลิกสัญญาทั้งสองและการขายสินค้าคงเหลือคืนไทยซูซูกิฯ เป็นรายการเกี่ยวโยงกัน
ณ วันที่ 31 มี.ค. 2553 รถจักรยานยนต์คงเหลือมีมูลค่า 101.65 ล้านบาท ซึ่งสินค้าที่มีอายุเกินกว่า 1 ปีขึ้นไป จะถูกปรับลดตามสภาพ ซึ่งสินค้าที่มีอายุเกิน 1 ปีขึ้นไป มีมูลค่า 13.84 ล้านบาท หรือ 13.62% ของสินค้ารถจักรยานยนต์คงเหลือ กำหนดวงเงินรับซื้อสินค้าคืนไม่เกิน 82 ล้านบาท
สำหรับการขายหุ้นบริษัท สินพล ทั้งหมดที่ถืออยู่ 1.299 ล้านหุ้น หรือ 99.99% ราคาขายรวมไม่ต่ำกว่า 24 ล้านบาท ซึ่งบริษัท สินพล อยู่ระหว่างการเพิ่มทุนเป็น 80 ล้านบาท โดยจะนำเงินเพิ่มทุนที่ได้รับรวมทั้งการขายทรัพย์สินของบริษัท สินพล ไปชำระหนี้
นอกจากนี้ คณะกรรมการมีมติให้ถอนหุ้น SPSU ออกจากตลาดหลักทรัพย์จำนวน 158 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 5 บาท รวม 790 ล้านบาท ซึ่งจดทะเบียนในตลาดตั้งแต่วันที่ 12 มี.ค. 2539 ราคาซื้อขายครั้งสุดท้าย 10.50 บาท (12 ก.ค. 2553)
เหตุผลการถอนหุ้นเนื่องจากบริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของไทยซูซูกิฯ 52.06% ได้เสนอซื้อหุ้นสามัญของไทยซูซูกิฯ ที่ SPSU ถืออยู่ทั้งหมด และหากประกอบธุรกิจจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ต่อไปอาจทำให้ผลประกอบการลดลงและขาดทุนเพิ่มขึ้นจากการแข่งขันที่สูง ปัญหาเศรษฐกิจและการเมือง รวมทั้งซูซูกิ มอเตอร์ฯ มีแผนประกอบธุรกิจจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ซูซูกิในประเทศไทยด้วยตัวเอง
“
การขายหุ้นไทยซูซูกิมอเตอร์ การยกเลิก 2 สัญญา และการขายหุ้นของบริษัท สินพล เป็นการขายสินทรัพย์ที่ใช้ประกอบธุรกิจหลักทั้งหมด เป็นผลให้มีสินทรัพย์ทั้งหมดอยู่ในรูปเงินสด และบริษัทต้องการหยุดธุรกิจตัวแทนขายรถจักรยานยนต์ อีกทั้งไม่มีแผนลงทุนและการดำเนินงานในอนาคต จึงต้องเพิกถอนหุ้นออกจากตลาด” นายสุริยา กล่าวทั้งนี้ บริษัท เอส.พี. อินเตอร์แนชั่นแนล ผู้ถือหุ้นใหญ่ของ SPSU จะทำคำเสนอซื้อ SPSU หุ้นละ 16.20 บาท
ด้านราคาหุ้น SPSU เปิดซื้อขายราคาปรับตัวขึ้น ปิด 15.80 บาท เพิ่มขึ้น 5.30 บาท หรือ 50.48% มูลค่าการซื้อขาย 45.57 ล้านบาท
ก่อนหน้านี้มี 2 บริษัทอยู่ในกระบวนการนำหุ้นออกจากตลาดหลักทรัพย์ คือ บริษัท รองเท้าบาจาแห่งประเทศไทย (BATA) มูลค่าตลาด 573 ล้านบาท และบริษัท ยูไนเต็ด ฟลาวมิลล์ (UFM) มูลค่าตลาด 3,170 ล้านบาท







