
SGPทุ่ม351ล้านบ.รุกซื้อแก๊สสิงคโปร์
โพสต์ทูเดย์
— ธุรกิจพลังงานขยับ ลงทุนขยายธุรกิจ เอสโซ่ทุ่ม 1.3 หมื่นล้าน ลงทุนพัฒนาน้ำมัน ด้าน SGP ซื้อเซลล์แก๊สสิงคโปร์ ดันรายได้โต 15%วันที่ 16 ก.ค. บริษัทในกลุ่มธุรกิจพลังงาน 2 แห่งประกอบด้วยบริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) (ESSO) และบริษัท สยามแก๊ส (SGP) ได้ประกาศใช้เงินลงทุนเพื่อขยายธุรกิจ
นายศุภชัย วีรบวรพงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามแก๊ส แอนด์ ปิโตรเคมีคัลส์ (SGP) เปิดเผยว่า บริษัทได้เข้าทำสัญญาซื้อหุ้นของบริษัท เชลล์แก๊ส (LPG) สิงคโปร์ ทั้งหมด 100% จากบริษัท เชลล์แก๊ส (LPG) โฮลดิง มูลค่าทั้งสิ้น 15 ล้านเหรียญสิงคโปร์ หรือเท่ากับ 351.75 ล้านบาท เมื่อวันที่ 15 ก.ค. 2553 ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ คาดว่าจะโอนกิจการในสิงคโปร์แล้วเสร็จภายในเดือน ก.ค.นี้ และจะเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่เดือน ส.ค. 2553 ทำให้รายได้ของไตรมาส 34 จะเติบโตประมาณ 15% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน
“
รายได้ในไตรมาส 2 จะอ่อนตัวลงไปตามฤดูกาล และได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์การเมือง แต่ความต้องการใช้แก๊สภายในประเทศปีนี้สูงกว่า 10% ช่วยทำให้ยอดขายในครึ่งปีหลังเติบโตดี” นายศุภชัย กล่าวอย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้คณะกรรมการของ SGP ได้อนุมัติการจัดตั้งบริษัท สยามนทลิน เพื่อดำเนินธุรกิจร่วมค้า ด้านการขนส่งด้วยเรือขนาดใหญ่ โดย SGP เข้าไปถือหุ้นในสัดส่วน 50%
ด้านคณะกรรมการ ESSO อนุมัติการลงทุนในโครงการปรับปรุงคุณภาพน้ำมัน ณ โรงกลั่นน้ำมันศรีราชา คาดว่าจะใช้เงินลงทุนทั้งสิ้นประมาณ 394 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.3 หมื่นล้านบาท เพื่อแก้ไขปรับปรุงข้อกำหนดลักษณะและคุณภาพของน้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซล คาดจะใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 15 เดือน นับจากวันที่ 15 ก.ค. และจะเริ่มมีผลิตภัณฑ์ในตลาดซื้อขายภายในวันที่ 1 ม.ค. 2555
สำหรับการลงทุนในโครงการต่างๆ บริษัทใช้แหล่งเงินทุนจากกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน
การเสนอขายตั๋วแลกเงินจำนวน 1.2 หมื่นล้านบาท หรือประมาณ 360 ล้านเหรียญสหรัฐ วงเงินสินเชื่อซึ่งได้รับจากธนาคารพาณิชย์ไทยและต่างประเทศ และบริษัทในเครือเอ็กซอนโมบิล รวมทั้งสิ้นประมาณ 7.6 หมื่นล้านบาท หรือ 2,300 ล้านเหรียญสหรัฐ
อย่างไรก็ตาม การจัดหาเงินกู้เพิ่มเติมจากธนาคารพาณิชย์ขณะนี้ ส่วนหนึ่งกำลังอยู่ระหว่างการเจรจาประมาณ 5,000 ล้านบาท หรือประมาณ 150 ล้านเหรียญสหรัฐ
ด้านราคาหุ้น SGP ไม่สนองตอบข่าวดีที่เข้าไปซื้อกิจการ โดยราคาหุ้นปิด 14.80 บาท ลดลง 0.20 บาท หรือ 1.33% ส่วนหุ้น ESSO ปิด 6.25 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง







