
9เหตุผลควรบุกกัมพูชา ลงทุนแดนศักยภาพ
โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์
โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์
กัมพูชาเป็นหนึ่งในประเทศที่นักลงทุนไทยกล่าวขานถึงเป็นอันดับต้นๆ หากจะไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้าน แต่ในความเป็นจริงตัวเลขการลงทุนของไทยในกัมพูชายังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับหลายประเทศ
ข้อมูลการลงทุนที่ได้รับอนุมัติสะสมในกัมพูชา ปี 2537-มิ.ย. 2558 ของสภาเพื่อการพัฒนากัมพูชา(ซีดีซี) ระบุว่า จีนเป็นผู้ลงทุนสะสมในกัมพูชามากที่สุด ด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 1.03 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่ไทยเข้าไปลงทุนในกัมพูชาเป็นอันดับ 9 คิดเป็นมูลค่า 937 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือไม่ถึง 10% ของที่จีนลงทุน
มูลค่าการลงทุนสะสมของไทยในกัมพูชา ยังตามหลังทั้งมาเลเซียและเวียดนามประเทศเพื่อนบ้านร่วมภูมิภาค แม้ว่ามาเลเซียจะไม่ได้มีพรมแดนติดกับกัมพูชาโดยตรง
ซุน จันทร รัฐมนตรีพาณิชย์กัมพูชา กล่าวในงานสัมมนา“โลจิสติกส์ พลิกโฉมกัมพูชา”ว่า ทั้งที่ไทยและกัมพูชามีพรมแดนติดกัน แต่ไทยยังมาลงทุนในกัมพูชาน้อยกว่าอีกหลายประเทศ อนาคตอยากเห็นนักลงทุนไทยมาลงทุนในกัมพูชามากกว่านี้ และมีเหตุผลที่นักลงทุนไทยควรมาลงทุนกัมพูชาถึง 9 ข้อ
1.สถานการณ์ด้านเศรษฐกิจมหภาค กัมพูชามีปัจจัยบวกหลายด้าน อัตราการเติบโตของจีดีพีช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เติบโตเฉลี่ยปีละ 7.6% ในปีนี้ธนาคารโลกยังคาดการณ์ว่าจะเติบโตได้เกือบ 7% ขณะเดียวกันอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินในกัมพูชาก็ค่อนข้างเสถียร อัตราเงินเฟ้อต่ำ โดยครึ่งปีแรกของปี 2558 อยู่ที่เพียง 1% เท่านั้น และมีอัตราเงินสำรองระหว่างประเทศถึง 4,700 ล้านเหรียญสหรัฐ สภาพดังกล่าวเอื้อต่อการลงทุนของภาคธุรกิจ
2.รัฐบาลสนับสนุนภาคธุรกิจ เนื่องจากรัฐบาลกัมพูชาตระหนักดีว่า ธุรกิจคือผู้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของกัมพูชา ประเทศจะขาดภาคเอกชนไม่ได้ รัฐบาลจึงตั้งคณะทำงานเฉพาะด้านร่วมกับภาคเอกชนหลายคณะ เพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น และเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนสามารถแสดงความกังวลเรื่องต่างๆ ต่อรัฐมนตรีได้
“เราเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนสามารถพูดคุยกับเรา ส่งข้อความหาเรา รวมถึงอีเมลหาเราได้ แม้เราไม่สามารถจะเป็นผู้จัดการให้บริษัทใดได้ แต่เราเป็นผู้อำนวยความสะดวกให้แก่ภาคธุรกิจได้”
3.สิทธิประโยชน์ที่แข่งขันได้ กัมพูชามีสิทธิประโยชน์ที่แข่งกับประเทศอื่นๆ ได้ เช่น การปรับลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคล ไม่มีข้อจำกัดด้านการค้า ไม่จำกัดว่าจะต้องมีนักลงทุนท้องถิ่นถือหุ้นในธุรกิจด้วย ไม่แบ่งแยกชนชาติ ไม่ชาตินิยม รวมถึงยังไม่คุมราคาสินค้าและบริการต่างๆ ด้วย
4.มีศูนย์บริการเบ็ดเสร็จณ จุดเดียว หรือวันสต็อปเซอร์วิส กัมพูชามีซีดีซีเป็นหน่วยงานกลาง ทำหน้าที่ให้ข้อมูลข่าวสารด้านการลงทุน รวบรวมแบบฟอร์มใบสมัคร ใบขออนุญาตต่างๆ ประเมินค่าและอนุมัติ ยื่นขอยกเว้นภาษี ยื่นเรื่องวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน (เวิร์กเพอร์มิต) จดทะเบียนบริษัท และดูแลนักลงทุนหลังเข้ามาลงทุน ทำให้นักลงทุนได้รับความสะดวก ไม่จำเป็นต้องติดต่อหลายแห่ง
5.โอกาสการเข้าถึงตลาดภูมิภาคและตลาดโลก ปัจจุบันกัมพูชาเป็นสมาชิกของทั้งอาเซียน องค์การการค้าโลก (ดับเบิ้ลยูทีโอ) องค์การศุลกากรโลก (ดับเบิ้ลยูซีโอ) และอีกหลากหลายความร่วมมือระดับภูมิภาค รวมถึงมีความสามารถในการส่งออกสินค้าไปยังสหภาพยุโรป (อียู) และสหรัฐอเมริกา ได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป (จีเอสพี) มีข้อตกลงปกป้องนักลงทุนกับประเทศต่างๆ และกำลังเจรจาเพิ่มเติมอีกหลายประเทศ ทำให้กัมพูชาเป็นประเทศที่มีศักยภาพเป็นฐานการผลิตและการส่งออกของธุรกิจและอุตสาหกรรม
6.โครงสร้างพื้นฐานและตำแหน่งที่ตั้งของประเทศ กัมพูชาตั้งอยู่ใจกลางของอาเซียนและประเทศกลุ่มลุ่มน้ำโขง มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทั้งทางถนน ทางราง และทางอากาศอย่างต่อเนื่อง พัฒนาสู่ความเชื่อมโยงกับหลายประเทศ เช่น ทางหลวงไทย-กัมพูชา-เวียดนาม ทางหลวงระหว่างกัมพูชา-ลาว-จีน การเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางรถไฟคุนหมิง-สิงคโปร์
“ที่นี่มีเขตเศรษฐกิจที่ได้รับอนุมัติแล้ว 34 แห่ง เริ่มดำเนินการแล้ว 11 แห่ง และอยู่ระหว่างพัฒนาอีก 23 แห่ง มีโครงสร้างพื้นฐานที่ดี มีระบบศุลกากรอิเล็กทรอนิกส์ ณ จุดเดียว หรือซิงเกิ้ลวินโดว์ สำหรับการนำเข้า-ส่งออกสินค้า เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สะดวก”
7.ความพร้อมของภาคการเงิน ช่วงสิ้นปี 2557 กัมพูชามีธนาคารพาณิชย์ 36 ราย ธนาคารเฉพาะกิจ 11 ราย สถาบันการเงินขนาดย่อมที่มีใบอนุญาตอีก 40 ราย
8.ทรัพยากร แรงงาน และที่ดินเหลือเฟือ กัมพูชายังมีทรัพยากรน้ำมัน ก๊าซ มีเหมืองแร่หลายชนิด มีแรงงานราคาถูกกว่าหลายประเทศในภูมิภาค และประชากรวัยแรงงานยังมีจำนวนมาก คิดเป็น 65.6%
9.เสถียรภาพทางการเมือง นายกรัฐมนตรีกัมพูชาดำรงตำแหน่งมายาวนานที่สุดในเอเชีย ส่งผลให้การเมืองของกัมพูชามีเสถียรภาพ แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายบ้าง แต่ก็ยังเป็นมิตรกับนักลงทุนเสมอ เสถียรภาพทางการเมืองกัมพูชาจึงจัดอยู่ในระดับ 5 ดาว
ซุน เสริมว่า นอกจาก 9 เหตุผลนี้ กัมพูชายังพยายามแก้ไขปรับปรุงสิ่งต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักลงทุนเพิ่มเติม เช่น ในปลายปี 2558 นี้จะเปิดให้จดทะเบียนธุรกิจผ่านช่องทางออนไลน์ได้ คาดว่าจะทำให้กัมพูชามีอันดับความยากง่ายในการทำธุรกิจดีขึ้นอย่างก้าวกระโดด
สำหรับธุรกิจและอุตสาหกรรมที่มีโอกาสในกัมพูชา ได้แก่ อุตสาห กรรมการเกษตร อุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้น ภาคธุรกิจท่องเที่ยว ธุรกิจคมนาคมและโลจิสติกส์ ธุรกิจไอซีที ธุรกิจพลังงาน ธุรกิจพัฒนาทรัพยากรบุคคลและการศึกษา







