posttoday
เร่งศึกษารถไฟญี่ปุ่นใน 3 เดือน

เร่งศึกษารถไฟญี่ปุ่นใน 3 เดือน

15 ตุลาคม 2558

“อาคม” ขีดเส้นผลศึกษารถไฟกับญี่ปุ่น เสร็จภายใน 3-6 เดือน

“อาคม” ขีดเส้นผลศึกษารถไฟกับญี่ปุ่น เสร็จภายใน 3-6 เดือน

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม กล่าวในงานสัมมนา “อาเซียน บิซิเนส ฟอรั่ม 2015” ว่า รัฐบาลจะเร่งเดินหน้าลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทั้งทางถนนและทางรางตามเขตเศรษฐกิจพิเศษตามแนวชายแดน เพื่อผลักดันเศรษฐกิจชายแดนให้เติบโตขึ้น โดยเฉพาะโครงการก่อสร้างรถไฟแนวตะวันออก-ตะวันตก (East-West Corridor) ที่กำลังศึกษาร่วมกับญี่ปุ่น คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 3-6 เดือน

สำหรับโครงการก่อสร้างรถไฟแนวตะวันออก-ตะวันตก (East-West Corridor) เริ่มจากกาญจนบุรี-กรุงเทพฯ, กรุงเทพฯ-ฉะเชิงเทรา-อรัญประเทศ, กรุงเทพฯ-ฉะเชิงเทรา-แหลมฉบัง ระยะทาง 574 กม. ขณะเดียวกันจะหารือกับทางเมียนมา เพื่อเชื่อมทางรถไฟเข้าไปยังนิคมอุตสาหกรรมทวาย และมีเส้นมอเตอร์เวย์ บางใหญ่-กาญจนบุรี ใช้เชื่อมในฝั่งตะวันตก หากทำสำเร็จจะเป็นการเปิดประตูการค้าฝั่งตะวันตกของไทยด้วย

“การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทั้งทางถนนและทางรางเพื่อเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านนั้นจะเริ่มสร้างจากเขตเศรษฐกิจพิเศษเข้าไปเชื่อม ซึ่งจะทำให้ได้ทั้งโลจิสติกส์ การค้า การท่องเที่ยว การลงทุนในอุตสาหกรรมที่ใช้ทรัพยากรจากเพื่อนบ้าน เช่น อุตสาหกรรมเกษตรและอุตสาหกรรมที่ต้องใช้แรงงานเข้มข้น เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานที่ลงทุนไปเกิดประโยชน์สูงสุด” นายอาคม กล่าว

ทั้งนี้ โครงสร้างพื้นฐานทางถนนและทางรางตามเขตชายแดนที่เริ่มลงทุนไปแล้ว ได้แก่ แม่สอด มุกดาหาร สระแก้ว กาญจนบุรี ตราด เชียงราย สะเดา เป็นต้น เพื่อรองรับเขตเศรษฐกิจพิเศษ และรองรับนโยบายส่งเสริมนโยบายซูเปอร์คลัสเตอร์ ที่จะเน้นดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติในอุตสาหกรรมที่ไทยมีศักยภาพและเข้มแข็งพอจะแข่งขันได้หลังเปิดเออีซี โดยเชื่อมั่นว่าจะส่งเสริมให้ธุรกิจโลจิสติกส์เติบโต ซึ่งจะมาพร้อมกับธุรกิจค้าปลีก ตามมาด้วยธุรกิจท่องเที่ยว ธุรกิจภาคการเกษตร รวมทั้งธุรกิจภาคบริการ เช่น ธุรกิจโรงพยาบาล โรงเรียนเอกชน และอื่นๆ ตามแนวชายแดน

สำหรับความร่วมมือกับจีนในโครงการก่อสร้างรถไฟไทย-จีน ในการพัฒนารถไฟทางคู่ขนาดรางมาตรฐาน 1.435 เมตร เส้นทางกรุงเทพฯ-แก่งคอย-โคราช-หนองคาย, แก่งคอย-มาบตาพุด ระยะทาง 873 กม.นั้น นายอาคม กล่าวว่า กระทรวงจะเร่งรัดให้เริ่มโครงการได้ภายในปลายปีนี้

นายนิธิ ภัทรโชค กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสซีจี โลจิสติกส์ แมเนจเม้นท์ กล่าวว่า การจะเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านภายในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (จีเอ็มเอส) จะเน้นเชื่อมแต่ทางกายภาพอย่างเดียวคงไม่ได้ แต่ต้องพิจารณาถึงส่วนประกอบอื่นๆ ด้วย เช่น กฎระเบียบการขนส่งระหว่างประเทศที่ต้องแก้ไข เพราะปัจจุบันรถบรรทุกจากไทยไม่สามารถเดินทางเข้าไปยังเพื่อนบ้านได้ ยังต้องมีการเปลี่ยนรถกันบริเวณชายแดนอยู่ ทำให้ต้นทุนโลจิสติกส์ของไทยยังสูง

นอกจากนี้ ด้านบุคลากรที่ยังไม่พอและไม่พร้อมในการขับรถข้ามแดน ที่ต้องรู้และเข้าใจกฎระเบียบการขนส่ง รวมทั้งสามารถพูดภาษาของประเทศเพื่อนบ้านได้ ซึ่งหากแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ก็จะทำให้การเชื่อมโยงกันในอาเซียนเป็นไปแบบไร้รอยต่อ

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน