
รอเสียบโรงไฟฟ้าถ่านหิน
แม้ว่าแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศหรือพีดีพี 2015 กำหนดเป้าหมายสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน 9 แห่ง กำลังผลิต 7,365 เมกะวัตต์ ซึ่งในจำนวนนี้เป็นโรงไฟฟ้าใหม่ 3 แห่ง กำลังผลิต 3,000 เมกะวัตต์
แม้ว่าแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศหรือพีดีพี 2015 กำหนดเป้าหมายสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน 9 แห่ง กำลังผลิต 7,365 เมกะวัตต์ ซึ่งในจำนวนนี้เป็นโรงไฟฟ้าใหม่ 3 แห่ง กำลังผลิต 3,000 เมกะวัตต์
แต่แผนการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่ทั้ง 3 แห่ง ที่รัฐบาลมอบหมายให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการ ได้แก่ โรงไฟฟ้าถ่านหิน ที่ จ.กระบี่ 1 แห่ง กำลังผลิต 800 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ อ.เทพา จ.สงขลา 2 แห่ง กำลังผลิต 2,200 เมกะวัตต์ ถูกต่อต้านจากมวลชนในพื้นที่โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ จ.กระบี่ ที่หลายฝ่ายเป็นห่วงว่าโครงการอาจเกิดขึ้นไม่ได้ตามแผน
ล่าสุด นายนิติกร ตันติธรรม กรรมการบริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ ผู้ดำเนินธุรกิจโรงไฟฟ้าถ่านหินที่มาบตาพุด จ.ระยอง ซึ่งปัจจุบันมีกำลังการผลิต 1,434 เมกะวัตต์ ระบุว่า บีแอลซีพีสนใจที่จะลงทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเพิ่มเติมในพื้นที่เดิมเพื่อผลิตไฟฟ้าขายให้กับรัฐบาล โดยก่อนหน้านี้บีแอลซีพีได้เข้าหารือเรื่องนี้กับหน่วยงานด้านพลังงานของรัฐแล้ว แต่ต้องรอฟังว่าฝ่ายนโยบายจะตัดสินใจอย่างไร
“ถ้ากระทรวงพลังงานมีแนวทางชัดเจนที่จะเปิดประมูลรับซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าถ่านหินจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ (ไอพีพี) บีแอลซีพีก็พร้อมที่จะเข้าร่วมการประมูลทันที และมั่นใจว่าจะได้รับการพิจารณา โดยขณะนี้บีแอลซีพีได้เริ่มกระบวนการจัดทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) และรับฟังความเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมาตั้งแต่ปี 2557 คาดว่ากลางปี 2559 อีไอเอจะแล้วเสร็จ” นายนิติกร กล่าว
ทั้งนี้ การสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่ของบีแอลซีพีจะเป็นโรงไฟฟ้าส่วนขยายซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่เดิมที่เหลืออยู่ 200 ไร่ โดยจะใช้เงินลงทุน 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ สร้างโรงไฟฟ้าขนาด 1,000 เมกะวัตต์ และใช้เทคโนโลยีถ่านหินใหม่ล่าสุดระดับ Ultra Supercritical







