
‘เวียดนาม’ เสน่ห์ธุรกิจที่ต้องจับตา (1)
โดย...ศิรารัตน์ อรุณจิตต์ กองทุนบัวหลวง
โดย...ศิรารัตน์ อรุณจิตต์ กองทุนบัวหลวง
จากประเทศที่เคยเป็นสนามสู้รบระหว่างลัทธิการเมืองอันนองเลือดที่สุดแห่งหนึ่ง ในวันนี้เวียดนามกำลังก้าวหนีอดีต จนอาจเรียกว่ากำลังลบภาพความทรงจำอันเลวร้าย ด้วยภาพลักษณ์แห่งความเป็นเวียดนามสมัยใหม่
พักหลังนี้เรามักได้ยินข่าวเสมอว่าบริษัทข้ามชาติยักษ์ใหญ่นิยมเพิ่มหรือย้ายฐานการผลิตไปยังเวียดนามมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ในช่วงครึ่งแรกของปี 2015 ช่วยสร้างมูลค่าส่งออกกว่า 77.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ (เพิ่มขึ้น 9.3% จากครึ่งแรกของปี 2014) และในปัจจุบันเวียดนามก้าวยึดตำแหน่งผู้ส่งออกไปยังสหรัฐรายใหญ่สุดในอาเซียน ด้วยมูลค่า 15.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในช่วงหกเดือนแรกของปีนี้
เสน่ห์น่าดึงดูดในเชิงธุรกิจการค้าของเวียดนามอยู่ตรงไหนหรือ
ตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา เวียดนามคือประเทศที่พัฒนาเจริญรุดหน้าอย่างรวดเร็ว นับตั้งแต่เริ่มต้น “คิกออฟ” แผนปฏิรูปการเมืองและเศรษฐกิจ (ที่เรียกว่าแผนปฏิรูป Doi Moi) ในปี 1985 จนพลิกฟื้นตัวจากประเทศในกลุ่มยากจนที่สุดในโลก มีรายได้เฉลี่ยต่อหัวประชากรต่ำกว่า 100 เหรียญสหรัฐ ค่อยๆ ยกตัวเองสู่ประเทศรายได้ระดับกลาง-ล่าง (lower middle income) ที่มีรายได้ต่อหัวเกิน 2,000 เหรียญสหรัฐ เมื่อสิ้นปี 2014 แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ควบคู่กับความพยายามขจัดปัญหาความยากจน ดังเห็นได้จากสัดส่วนครัวเรือนยากจนลดลงจาก 60% ในปี 1990 มาต่ำกว่า 3% ในปัจจุบัน
ความสำเร็จดังกล่าวมิอาจได้มาด้วยโชคชะตาฟ้าลิขิต แต่เกิดจากการทุ่มเงินลงทุนมหาศาลเพื่อพัฒนาระบบการศึกษาและทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งเป็นนโยบายหลักที่รัฐบาลพรรคเดียวของประเทศเวียดนามให้ความสำคัญอย่างยิ่ง คนต่างชาติอาจคุ้นตากับแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัฒนธรรมอันงดงามชวนฝัน ทว่าแรงจูงใจในเชิงเศรษฐกิจของเวียดนามนั้นอยู่ที่ตัวคน หรือประชากรชาวเวียดนามนั่นเอง
โครงสร้างประชากรของประเทศในเวลานี้น่าสนใจยิ่งนัก :
l The World Factbook (CIA) ระบุว่า เวียดนามมีจำนวนประชากรเป็นลำดับที่ 15 ของโลก ราว 94 ล้านคน ทั้งหมดมีอายุเฉลี่ยเพียง 29.2 ปี
l โครงสร้างประชากรเป็นแบบ Demographic Dividend พลเมืองส่วนใหญ่ประมาณ 45.05% อยู่ในวัยทำงาน หรืออยู่ในช่วงอายุ 25-45 ปี ซึ่งถือว่าเป็นโครงสร้างประชากรที่ดีที่สุด เนื่องด้วยอัตราพึ่งพาต่ำ เพราะประชากรเกือบครึ่งอยู่ในวัยทำงาน ขณะที่มีประชากรวัยชราและเด็กในสัดส่วนน้อยกว่า
l ข้อมูลจาก Nielsen ระบุว่า ชาวเวียดนามที่มีสถานะชนชั้นกลางรวมทั้งหมดราว 8 ล้านคน ในปี 2012 จะขยายตัวเติบโตเป็น 44 ล้านคน ภายในปี 2020 และหากถึงปี 2030 กลุ่มคนชั้นกลางเวียดนามจะมากกว่า 95 ล้านคน หากแนวโน้มประชากรยังคงตามประมาณการนี้ต่อไป สังคมเวียดนามจะเกิดความเปลี่ยนแปลงทางสังคม ในเชิงพฤติกรรมของผู้บริโภคค่อนข้างมาก โดยเฉพาะการบริโภคและกำลังซื้อที่เติบใหญ่ขึ้น
(อ่านต่อสัปดาห์หน้า)







