
ส่องอนาคต 5 ปีกัมพูชา ก่อสร้าง-บริการ-เกษตรมาแรง
โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์
โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์
จากงานสัมมนา “โลจิสติกส์พลิกโฉมกัมพูชา” จัดโดยหนังสือพิมพ์เครือโพสต์ พับลิชชิง ร่วมกับสมาคมมิตรภาพไทย-กัมพูชา และบริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ (เอพีเอ็ม) ณ กรุงพนมเปญ โพสต์ทูเดย์ได้มีโอกาสพูดคุยนอกรอบกับเอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศกัมพูชาและ “ทูตพาณิชย์” ณ กรุงพนมเปญ ถึงทิศทางกัมพูชาใน 5 ปีจากนี้
ณัฏฐวุฒิ โพธิสาโร เอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศกัมพูชา ฉายภาพปัจจุบันก่อนว่า เขาเข้ามาประจำอยู่ที่กัมพูชา 3 ครั้ง นับตั้งแต่วันแรกจนถึงปัจจุบันเป็นเวลานานกว่า 20 ปี ครั้งหลังสุดที่เข้ามาคือครั้งที่เห็นความเปลี่ยนแปลงในเชิงสังคมและเศรษฐกิจอย่างชัดเจน
“ทุกอย่างทันสมัยขึ้น เมื่อ 20 ปีที่แล้วที่นี่รถไม่ติดเลย เดินทางจากสนามบินมาสถานทูตใช้เวลาประมาณ 10 นาที แต่ตอนนี้รถติดมาก ใช้เวลาชั่วโมงครึ่ง พนมเปญเหมือนกรุงเทพฯ มากขึ้น จากประชากร 8 แสนคน ตอนนี้เมืองก็ขยายตัว ทำให้พนมเปญและจังหวัดโดยรอบมีประชากรราว 3 ล้านคน”
ขณะเดียวกัน จังหวัดอื่นๆ ก็มีความเป็นเมืองมากขึ้น เกาะกงเคยเป็นป่า ปัจจุบันก็เจริญแล้ว พระตะบอง เสียมราฐ กำปงธม ก็มีประชากรอยู่อาศัยเพิ่มขึ้น
อนาคตกัมพูชาจะมีโอกาสทางการค้าและการลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากด้านการค้า ภายใน 12 เดือนจากนี้ จะมีการเปิดจุดผ่านแดนถาวรเพิ่มขึ้นจาก 6 แห่งเป็น 10 แห่ง ทำให้บนพื้นที่พรมแดนไทย-กัมพูชา 800 กิโลเมตร มีด่านชายแดนทุก 80 กิโลเมตร ทุกจังหวัดชายแดนของไทยมีทางเข้า-ออกสู่กัมพูชา การค้าระหว่างกันสะดวกมากยิ่งขึ้น
ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมจะได้ประโยชน์จากการที่กัมพูชามีแรงงานหนุ่มสาว และยังได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) ไปอีก 15 ปี
สำหรับภาคบริการ กัมพูชายังพยายามส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นภาคส่วนที่สร้างรายได้สำคัญอันดับสองให้แก่กัมพูชา รองจากอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม รัฐมนตรีกัมพูชาระบุว่าจะพัฒนากัมพูชาให้กลายเป็น “แฟมิลี่ เดสติเนชั่น” เพื่อเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวจาก 5 ล้านคน ในปัจจุบันกลายเป็น 10 ล้านคน ภายใน 1-2 ปีจากนี้ เป็นโอกาสของภาคธุรกิจบริการที่ต้องการเจาะตลาดกัมพูชาด้วย
“กัมพูชาคือโอกาส อีกไม่กี่เดือนจะเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนอย่างเต็มรูปแบบ ลงทุนที่ไหนในอาเซียนจะไม่สำคัญเป็นพิเศษแล้ว เพราะตลาดทั้ง 10 ประเทศจะกลายเป็นตลาดเดียว ดังนั้น ปัจจัยที่เราต้องดูคือความพร้อมอื่นๆ เช่น เสถียรภาพทางการเมือง ความต่อเนื่องของรัฐบาล กัมพูชาเองมีความพร้อมด้านนี้ระดับ 5 ดาว”
ด้าน จีรนันท์ วงษ์มงคล อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายการพาณิชย์) และผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ กรุงพนมเปญ มองว่า ความเชื่อมโยงไทย-กัมพูชาจะพัฒนาขึ้นหลายด้าน หากเปิดด่านผ่านแดนถาวรเพิ่มเป็น 10 ด่าน น่าจะช่วยให้การค้าชายแดนไทย-กัมพูชาเติบโตได้ปีละ 15% จากปัจจุบันเติบโตประมาณ 10%
สำหรับประเภทสินค้าส่งออกจากไทยมากัมพูชาที่จะยังคงเติบโตในระยะ 3-5 ปีจากนี้ ได้แก่ สินค้าวัสดุก่อสร้าง ของตกแต่งบ้าน ขณะเดียวกันจะมีสินค้าประเภทหนึ่งหดลง คือ กลุ่มเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย
“กัมพูชาผลิตเสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่มเพื่อการส่งออกเป็นหลัก แต่ต่อไปเชื่อว่าเขาจะผลิตเพื่อป้อนตลาดในประเทศเพิ่มขึ้น ผู้ประกอบการไทยที่ไม่ได้อยู่ในนี้ก็จะส่งออกมากัมพูชาได้น้อยลง”
ขณะที่แนวโน้มการลงทุนนั้นจะเปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากในอีก 5 ปีข้างหน้าจะเริ่มเห็นภาพกัมพูชาเป็นเมืองต่างชาติมากขึ้น เนื่องจากมีธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ต่างชาติ เช่น ญี่ปุ่น เข้ามาสร้างคอนโดมิเนียมเอาไว้แล้ว ประเทศเหล่านี้จะพาประชาชน นักธุรกิจของตัวเองเข้ามาด้วย
ปัจจุบัน เริ่มเห็นแนวโน้มถนนที่มีทัพนักธุรกิจญี่ปุ่นเข้ามาดำเนินธุรกิจแล้วชัดเจน เช่น ถนนด้านหลังจำปามอญ มีร้านเสริมสวย ร้านอาหารของชาวญี่ปุ่นตั้งอยู่เรียงราย
ทั้งนี้ เนื่องจากกัมพูชาสนับสนุนอุตสาหกรรมการเกษตร และยังมีที่ดินสัมปทานแปลงใหญ่เหลืออยู่จำนวนมาก เป็นโอกาสของไทยที่มีความสามารถด้านอุตสาหกรรมการเกษตรขนาดใหญ่ มีเทคโนโลยี
“บริเวณกำปงธมมีที่ดินสัมปทานรอการทำภาคเกษตรแปลงหนึ่งขนาด 8,000-1 หมื่นเฮกเตอร์ เขารอหาผู้เช่าช่วงที่ดินต่อ หากนักธุรกิจไทยรวมกลุ่มกันมาเพื่อทำธุรกิจก็จะได้รับประโยชน์”







