
เสือเหลืองชี้ธุรกิจพร้อมทีพีพี
ทางการมาเลเซียยันทีพีพีเอื้อรายย่อย เร่งพัฒนาความสามารถการแข่งขันธุรกิจ
ทางการมาเลเซียยันทีพีพีเอื้อรายย่อย เร่งพัฒนาความสามารถการแข่งขันธุรกิจ
ดาโต๊ะ เสรี มุสตาปา โมฮาเหม็ด รัฐมนตรีกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมระหว่างประเทศของมาเลเซีย เปิดเผยว่า ความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (ทีพีพี) จะเอื้อประโยชน์ต่อภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ในประเทศอย่างมาก
นอกจากนี้ ความตกลงทีพีพียังเปิดโอกาสทางการค้าแก่รายย่อยภาคอุตสาหกรรมของมาเลเซีย ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการสร้างความมั่นคงให้แก่ธุรกิจรายย่อยในประเทศ แม้ก่อนหน้านี้นักวิเคราะห์และสภาเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจแห่งมลายู (เอ็มทีอีเอ็ม) มองว่าความตกลงทีพีพีจะกระทบภาคอุตสาหกรรมมากกว่าผลดี โดยเฉพาะชาวมาเลย์ดั้งเดิมตามนโยบายภูมิบุตร
“ความตกลงทีพีพีส่งผลดีต่อรายย่อยและนโยบายของรัฐบาล กระนั้นก็ตามทางการมาเลเซียยังคงดำเนินมาตรการคุ้มครองผลประโยชน์ของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลประโยชน์ที่เกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล ซึ่งเป็นอาหารที่ถูกต้องตามหลักศาสนาอิสลาม” ดาโต๊ะ เสรี กล่าว
ทั้งนี้ ความตกลงดังกล่าวก็ถือเป็นความท้าทายอย่างหนึ่งสำหรับภาคธุรกิจรายย่อย โดยเฉพาะการสร้างสมรรถภาพของธุรกิจ ซึ่งหมายความว่ารายย่อยจำเป็นต้องมีประสิทธิภาพและสร้างสรรค์มากขึ้นกว่าเดิม อีกทั้งกระบวนการต่างๆ ของเอสเอ็มอีจำเป็นต้องมีความโปร่งใส เพื่อเตรียมรับการแข่งขันทางการค้าที่จะมาถึงในอนาคต
นอกจากนี้ ดาโต๊ะ อีคิมฮอก หัวหน้าฝ่ายเอสเอ็มอีของสมาพันธ์สมาคมจีน-มาเลเซีย เรียกร้องให้รัฐบาลออกนโยบายคุ้มครองและกระตุ้นรายย่อยให้มีการค้าขายกับต่างชาติมากขึ้น อีกทั้งยังระบุด้วยว่าทีพีพีจะส่งผลดีมากกว่าผลเสียแก่รายย่อย
อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้ ตันศรีเพงอินฉัว ประธานสมาพันธ์สมาคมจีน-มาเลเซีย เปิดเผยว่า มุมมองของผู้ประกอบการต่อความตกลงทีพีพีไม่ดีนัก เป็นผลมาจากความกังวลต่อการแข่งขันที่จะเพิ่มขึ้น โดยธุรกิจขนาดใหญ่มีโอกาสมากกว่าเอสเอ็มอี เนื่องจากมีกำลังการผลิตต้นทุนต่ำที่มากกว่า
“เอสเอ็มอีส่วนใหญ่ของมาเลเซียยังไม่พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับการแข่งขันขนาดใหญ่” ตันศรีเพงอินฮัว กล่าว
ทว่า รายย่อยภาคการผลิตเหล็กของมาเลเซียจะไม่ได้รับผลกระทบจากทีพีพีมากนัก เนื่องจากภาคธุรกิจดังกล่าวมีความสามารถในการแข่งขันกับต่างชาติ
ทั้งนี้ เอสเอ็มอีมาเลเซียขยายตัวมากขึ้นในปี 2014 โดยมีการเติบโตเฉลี่ยที่ 7.1% ของขนาดเศรษฐกิจมาเลเซีย เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของปี 2005-2014 ที่ 4.9% ของขนาดเศรษฐกิจของประเทศ







