posttoday
จับตาอินโดนีเซีย

จับตาอินโดนีเซีย

13 ตุลาคม 2558

แม้ประธานคณะกรรมการของ Bulog หน่วยงานนำเข้าข้าวของรัฐบาลอินโดนีเซีย จะออกมาระบุว่า รัฐบาลอินโดนีเซียตกลงซื้อขายข้าวกับไทยและเวียดนาม โดยไทยตกลงซื้อปริมาณ 5 แสนตัน และเวียดนามปริมาณ 1 ล้านตัน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลทำให้ราคาข้าวสารในตลาดกรุงเทพฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นตันละ 900 บาททันที จาก 1.15 หมื่นบาท มาอยู่ที่ 1.25 หมื่นบาท

แม้ประธานคณะกรรมการของ Bulog หน่วยงานนำเข้าข้าวของรัฐบาลอินโดนีเซีย จะออกมาระบุว่า รัฐบาลอินโดนีเซียตกลงซื้อขายข้าวกับไทยและเวียดนาม โดยไทยตกลงซื้อปริมาณ 5 แสนตัน และเวียดนามปริมาณ 1 ล้านตัน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลทำให้ราคาข้าวสารในตลาดกรุงเทพฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นตันละ 900 บาททันที จาก 1.15 หมื่นบาท มาอยู่ที่ 1.25 หมื่นบาท

คล้อยหลังเพียงสัปดาห์ ประธานาธิบดีอินโดนีเซียออกมาให้ข่าวว่า ปริมาณข้าวสำรองของอินโดนีเซียยังมีเพียงพอ และไม่จำเป็นต้องนำเข้าข้าวจากต่างประเทศ อีกทั้งข้อตกลงการซื้อขายข้าวระหว่างรัฐบาลอินโดนีเซียกับไทยและเวียดนามเป็นการซื้อขายข้าวแบบมีข้อตกลง โดยรัฐบาลอินโดนีเซียสามารถซื้อข้าวตามข้อตกลงดังกล่าวก็ต่อเมื่อสถานการณ์ภัยแล้งยังคงดำเนินต่อไป ส่งผลให้ราคาข้าวสารในตลาดกรุงเทพฯ ปรับตัวลดลงมาจากตันละ 1.25 หมื่นบาท เหลือ 1.2 หมื่นบาท

ชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ระบุว่า ราคาข้าวสารในตลาดช่วง 1-2 สัปดาห์นี้ปรับตัวขึ้นลงอย่างรวดเร็ว ตามกระแสข่าวการนำเข้าข้าวของรัฐบาลอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ แต่เชื่อว่าสุดท้ายแล้วอินโดนีเซียจะนำเข้าข้าวจากไทยตามข้อตกลงที่กำหนดไว้ เนื่องจากสถานการณ์ภัยแล้งมีความรุนแรง โดยหากอินโดนีเซียนำเข้าข้าวไทยจากตามข้อตกลง รวมกับการส่งมอบข้าวให้กับรัฐบาลฟิลิปปินส์อีก 3 แสนตัน ที่มีระยะเวลาส่งมอบเท่ากันคือภายในระยะเวลา 5 เดือน นับจากเดือน พ.ย. 2558-มี.ค. 2559 จะทำให้ไทยมีคำสั่งซื้อที่รอการส่งมอบ 8 แสนตัน

ทั้งนี้ ยังไม่รวมคำสั่งซื้อข้าวนึ่งที่กำลังกลับมาในช่วงปลายปีนี้ หลังจากที่ประเทศในกลุ่มแอฟริกาใต้เตรียมนำเข้าข้าวนึ่งจากไทยอีกประมาณ 2-2.5 แสนตัน ทำให้ช่วงปลายปีนี้ไทยมีคำสั่งซื้อที่รออยู่ในมือถึง 1 ล้านตัน ซึ่งประเทศเหล่านี้ต้องการข้าวใหม่ ทำให้เอกชนต้องไปไล่ซื้อข้าวในตลาดเพื่อมาส่งมอบให้กับต่างประเทศ

“หากข้อตกลงของอินโดนีเซียไม่มีปัญหา มีการนำเข้าข้าวปริมาณดังกล่าวจริง ทิศทางราคาข้าวของไทยและตลาดโลกจึงจะอยู่ในเทรนด์ขาขึ้นอย่างแน่นอน โดยเชื่อว่าราคาข้าวเปลือกของไทยมีสิทธิขึ้นไปถึงตันละ 9,000 บาท จากปัจจุบันอยู่ที่ตันละประมาณ 8,300-8,400 บาท ซึ่งปรับขึ้นมาจาก 7,800-7,900 บาท หลังรับกระแสข่าวคำสั่งซื้อข้าวจากทั้งฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย และหากการส่งออกข้าวนึ่งกลับมาดีขึ้นในช่วงปลายปี ทำให้มีความเชื่อมั่นว่าการส่งออกข้าวปีนี้ของไทยคงได้เกือบ 10 ล้านตันอย่างแน่นอน” ชูเกียรติ ระบุ

ทิศทางตลาดข้าวขณะนี้จึงขึ้นอยู่กับการนำเข้าข้าวจากรัฐบาลอินโดนีเซียที่จะมาช่วยดึงราคาข้าวให้ปรับขึ้นทั้งระบบ ซึ่งต้องมีการติดตามอย่างใกล้ชิดว่าคำสั่งซื้อนี้จะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ ภายใต้แรงกดดันทางการเมืองภายในอินโดนีเซียต่อการนำเข้าข้าวล็อตดังกล่าว

ข่าวล่าสุด

รักชนกชี้ปมเงินบริจาคสุชาดา ไม่ควรนำไปสู่การยุบภูมิใจไทย

รักชนกชี้ปมเงินบริจาคสุชาดา ไม่ควรนำไปสู่การยุบภูมิใจไทย