posttoday
ตลท.ต้องรักษาความยั่งยืน Digital Exchange เต็มรูปแบบ

ตลท.ต้องรักษาความยั่งยืน Digital Exchange เต็มรูปแบบ

13 ตุลาคม 2558

โดย...บงกชรัตน์ สร้อยทอง

โดย...บงกชรัตน์ สร้อยทอง

2 ปีที่ “สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์” เป็นกรรมการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) 6 ก.ย. 2556-5 ก.ย. 2558 และได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ถึงวันที่ 17 ก.ย. 2558  สิ่งที่เขาได้วางนโยบายหรือกำหนดยุทธศาสตร์ตั้งแต่เข้าดำรงตำแหน่งคือ ต้องการให้ตลาดทุนไทยมีความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืนครบทุกด้าน

ด้านความมั่นคง คือ การทำให้มีความน่าเชื่อถือในระบบการซื้อขายและระบบการชำระราคา  (เคลียริ่ง) ทั้งในหุ้นและอนุพันธ์ รวมถึงการสร้างความมั่นคงเรื่องการกำกับการซื้อขายที่ต้องออกมาตรการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ความเป็นจริงให้มากที่สุด ซึ่งปี 2557 เน้นไปที่ระบบการซื้อขายเป็นหลัก ส่วนปีนี้เน้นเรื่องระบบงานหลังบ้านด้านการชำระราคา     

ด้านความมั่งคั่ง คือ การทำให้ตลาดทุนไทยมีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน จนปัจจุบันที่ 4.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งสูงสุดในกลุ่มประเทศอาเซียน หลังจากนี้เชื่อว่าจะมีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง จากการเพิ่มมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม (มาร์เก็ตแคป) ทั้งจากการเพิ่มจำนวนบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ทั้งแบบเพิ่มทุนสามัญทั่วไป การมีกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงการตั้งหน่วยทรัสต์ของทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT)

จากหลายปัจจัยที่เกิดขึ้นและการทำงานของทีมงาน ตลท.ทุกฝ่าย คาดว่าภายในสิ้นปี 2558 นี้ มาร์เก็ตแคปตลาดหุ้นไทยจะสามารถขึ้นเป็นอันดับ 2 หลังจากที่มีการขับเค่ี่ยว กับทางตลาดหุ้นมาเลเซียมาโดยตลอด หลังจากนี้ไปจะเป็นรองเพียงตลาดหุ้นของสิงคโปร์เท่านั้น

ทั้งนี้ จากตัวเลขล่าสุด สิ้นเดือน ก.ค. มาร์เก็ตแคปตลาดหุ้นสิงคโปร์อยู่ที่ 7.06 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ตลาดหุ้นมาเลเซียอยู่ที่ 4.28 แสนล้านเหรียญสหรัฐ และตลาดหุ้นไทยอยู่ที่ 3.96 แสนล้านเหรียญสหรัฐ

อย่างไรก็ดี หนทางหนึ่งที่ ตลท.จะผลักดันให้เกิดขึ้น หลัง ก.ล.ต.ได้อนุมัติเกณฑ์การจดทะเบียนบริษัทต่างประเทศเข้ามาระดมทุนและจดทะเบียนเข้าตลาดทุนไทย ทั้งจากใช้ตลาดหลักทรัพย์ไทยเป็นตลาดแรก (Primary Listing) การเข้าจดทะเบียนพร้อมกันทั้งสองตลาดหุ้น (Dual Offering) หรือ บจ.ต่างประเทศเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทยเป็นแห่งที่สอง (Secondary Listing) รวมถึงจากเกณฑ์โฮลดิ้งของ บจ.ไทยที่ไปลงทุนในต่างประเทศและต้องการใช้ช่องทางตลาดทุนไทยในการระดมทุนเพื่อขยายกิจการให้เติบโต

“ที่ผ่านมาตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์มี บจ.ต่างประเทศเข้ามาระดมทุนและจดทะเบียนอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ตลาด หลักทรัพย์มาเลเซียมีรัฐวิสาหกิจเข้ามาจดทะเบียนจำนวนมาก ดังนั้นตลาดหลักทรัพย์ไทยก็ต้องพยายามชวนบริษัทต่างประเทศ และนำรัฐวิสาหกิจหรือบริษัทลูกของรัฐวิสาหกิจไทยเข้ามาจดทะเบียนมากขึ้น เพราะเชื่อว่าอะไรที่ประเทศอื่นทำได้ ประเทศก็สามารถที่จะทำได้” สถิตย์ กล่าว

สำหรับด้านความยั่งยืน คือ การทำให้เป็นตลาดหลักทรัพย์ที่มีความยั่งยืน โดยให้เกิดความสมดุลการซื้อขายระหว่างนักลงทุนรายย่อยและนักลงทุนสถาบันในสัดส่วนเท่าๆ กัน ซึ่งปัจจุบันเป็นรายย่อย
55% ของจำนวนนักลงทุนทั้งหมด ที่เหลือจะเป็นนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนต่างชาติเพื่อสร้างความสมดุลในการซื้อขายผ่านหลักทรัพย์

นอกจากนั้น พยายามผลักดันให้ บจ.ทำธุรกิจที่มีหลักธรรมาภิบาลที่ดี คำนึงถึงหลักสังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นหนทางที่จะทำให้มีการทำธุรกิจได้อย่างยั่งยืนมากขึ้น โดย 2 ปีที่ผ่านมา ในการประกาศของ Dow Jones Sustainability Indices (DJSI) บจ.ไทยได้รับการประกาศจาก 10 แห่ง เป็น 13 แห่ง ในปีล่าสุด

นอกจากนี้ ความคืบหน้าล่าสุดคือ ภายในเดือน ต.ค.นี้ ตลท.เตรียมประกาศ บจ.ไทย ทั้งหมด 51 แห่ง ที่มีการทำธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยอ้างอิงหลักการของ DJSI มา ผสมผสานในการประเมิน บจ.ทั้งหมด เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นว่าการทำธุรกิจที่คิดถึงหลักความยั่งยืนสามารถทำให้เกิดขึ้นได้จริงและเป็นต้นแบบให้กับ บจ.แห่งอื่นได้

“สถิตย์” คาดว่า ภายในเดือน ต.ค. ทางทีมตลาดหลักทรัพย์ฯ จะขอเข้าพบ “วิรไท สันติประภพ” ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อหารือถึงการขออนุญาตให้มีการซื้อขายในสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ทางตลาดทุนในรูปแบบสกุลเงินตราต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น หุ้น อนุพันธ์ และกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ อย่างทองหรือยางพาราที่ปัจจุบันต่างประเทศมีการซื้อขายในรูปสกุลเงินเหรียญสหรัฐเป็นหลัก

“เบื้องต้นจะขออนุญาตแบบเปิดกว้างที่จะใช้ในหลายรูปสกุลเงิน โดยคาดว่าจะเริ่มจาก 2 สกุลเงินคือ เหรียญสหรัฐและสกุลเงินหยวนของจีน ทั้งหมดนี้มีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันให้กับตลาดทุนมากขึ้น”

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่อยากจะฝากไว้กับทีมงาน ตลท.ต่อไป นั่นคือ การสานต่อเรื่อง “Digital Exchange” ปัจจุบันมีความคืบหน้าแล้ว 80% แต่ยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องผลักดันอย่างต่อเนื่อง ที่จะทำให้เกิดเป็น Digital Exchange อย่างเต็มรูปแบบ เช่น การใช้เอกสารธุรกรรมให้เป็นดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการซื้อขาย การบริหารงานภายในและการเชื่อมต่อระหว่างนักลงทุนกับตลาดหลักทรัพย์ฯ ให้เข้าสู่การเป็นดิจิทัล สมบูรณ์แบบ ซึ่งต้องมีการขอความร่วมมือกับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) รวมถึงการลงรายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งต้องมีการเจรจากับกระทรวงไอซีทีต่อไป เชื่อว่าหากทางกระทรวงไอซีทีมีการอนุมัติ ตลท.ก็พร้อมเดินหน้าในการทำธุรกรรมผ่านอินเทอร์เน็ตได้อย่างเต็มรูปแบบ

อย่างไรก็ดี “สถิตย์” ได้ส่งหนังสือถึงประธานกรรมการ ก.ล.ต. และเลขาธิการ ก.ล.ต. เพื่อขอถอนตัวจากที่มีผู้เสนอชื่อให้เป็นกรรมการ ตลท. เนื่องจากเห็นว่าที่ผ่านมาได้ทำหน้าที่ด้านตลาดทุนด้านต่างๆ ได้ระยะหนึ่งแล้ว อีกทั้งปัจจุบันได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหนึ่งในสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) โดยคาดว่าคณะกรรมการ ก.ล.ต.จะได้ข้อสรุปเลือกผู้ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งกรรมการ ตลท.
2 คน เพื่อที่จะคัดเลือกประธานกรรมการ ตลท.คนใหม่

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค