posttoday
แบงก์ไทยรับมือหนี้เสียไหว

แบงก์ไทยรับมือหนี้เสียไหว

13 ตุลาคม 2558

ฟิทช์ เรทติ้งส์ ชี้เอสเอสไอเบี้ยวหนี้ทำให้ธนาคารไทยเสี่ยงขึ้น แต่ยังรับมือไหว

ฟิทช์ เรทติ้งส์ ชี้เอสเอสไอเบี้ยวหนี้ทำให้ธนาคารไทยเสี่ยงขึ้น แต่ยังรับมือไหว

บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ฟิทช์ เรทติ้งส์ ออกรายงานระบุว่า การผิดนัดชำระหนี้ของกลุ่มบริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี(เอสเอสไอ) ซึ่งมีมูลค่าหนี้สูงที่สุดตั้งแต่หลังวิกฤตการณ์เศรษฐกิจปี 2540 จะส่งผลให้สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ของระบบธนาคารพาณิชย์ไทยปรับตัวเพิ่มขึ้น และสะท้อนถึงความเสี่ยงในด้านผลประกอบการจากสภาวะแวดล้อมการดำเนินงานที่อ่อนแอ

อย่างไรก็ตาม ผลกระทบต่อคุณภาพสินทรัพย์ของระบบธนาคารพาณิชย์ยังคงอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับที่คาดการณ์ และอาจจะยังไม่ได้เป็นสัญญาณที่บ่งชี้ชัดว่า คุณภาพสินทรัพย์จะปรับตัวแย่ลงอย่างต่อเนื่องในช่วง 2-3 ไตรมาสข้างหน้า

ทั้งนี้ ธนาคารไทยพาณิชย์และธนาคารกรุงไทยมียอดสินเชื่อคงค้างของเอสเอสไอมากที่สุด รายละประมาณ 2.2 หมื่นล้านบาท และได้จัดชั้นสินเชื่อเป็นเอ็นพีแอล ภายหลังบริษัทหยุดการผลิตในโรงงานของบริษัทลูกที่อังกฤษ และเข้าสู่กระบวนการปรับโครงสร้างหนี้ แต่ทั้งสองธนาคารยังมีความสามารถในการรองรับความเสี่ยงในด้านอัตราส่วนเงินกองทุนและอัตราสำรองหนี้สูญ

นอกจากนี้ ธนาคารไทยพาณิชย์จะขายเงินลงทุนเพื่อทำกำไรในไตรมาส 3 ปีนี้ มูลค่า 7,000-8,000 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบจากค่าใช้จ่ายในการสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญที่ประมาณ 1-1.1 หมื่นล้านบาท ส่วนธนาคารกรุงไทยเป็นธนาคารพาณิชย์ของรัฐ จึงไม่ได้รับผลกระทบเท่าไรนัก

ฟิทช์ฯ ระบุด้วยว่า บริษัทขนาดใหญ่ของไทยขยายการลงทุนในต่างประเทศเพิ่มขึ้นมากในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้บริษัทดังกล่าวและธนาคารพาณิชย์ที่ปล่อยสินเชื่อ เสี่ยงเพิ่มขึ้นในส่วนของการดำเนินธุรกิจที่บริษัทอาจจะยังไม่คุ้นเคย แต่สำหรับเอสเอสไอน่าจะเป็นกรณีที่แตกต่างจากกรณีทั่วไปในระดับหนึ่ง ในเชิงของภาคอุตสาหกรรม ภูมิศาสตร์ และโครงสร้างทางการเงินของกลุ่มลูกหนี้ และเหตุการณ์ดังกล่าวไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อเนื่องต่อคุณภาพสินทรัพย์ของลูกหนี้สินเชื่อธุรกิจรายใหญ่ของไทยโดยรวม

ก่อนหน้านี้ ฟิทช์ฯ ได้ประเมินภาพรวมอุตสาหกรรมธนาคารไทยปี 2558 ไว้แล้วว่า จะเผชิญความเสี่ยงจากคุณภาพสินทรัพย์ที่แย่ลง เนื่องจากสภาพแวดล้อมในการดำเนินงานที่อ่อนแอ และเอ็นพีแอลของระบบธนาคารพาณิชย์จะปรับตัวเพิ่มขึ้นอีกในช่วง 6-12 เดือนข้างหน้า นำโดยกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) เนื่องจากเป็นกลุ่มที่เปราะบางต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจและบรรยากาศการดำเนินธุรกิจที่ซบเซา

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน