
ภาคธุรกิจ SMEs กับการพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทย
โดย...ชาติชาย พยุหนาวีชัย
โดย...ชาติชาย พยุหนาวีชัย
ท่ามกลางสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวจากภาวะเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทย หนทางเพิ่ม GDP อาจดูริบหรี่ เพราะรายได้สำคัญของประเทศมาจากการส่งออกถึง 70% ของ GDP แต่ในแสงรำไรก็ยังมีความหวัง โดยเริ่มมีสัญญาณที่ดีจากการนำเข้าสินค้าทุนในช่วงสองเดือนที่ผ่านมาที่เพิ่มขึ้นประมาณ 10% ซึ่งบ่งบอกถึงการลงทุนใหม่ๆ โดยสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม หรือ สศอ. คาดการณ์ GDP ภาคอุตสาหกรรมยังเป็นไปตามคาดคือ 2-3% ขณะที่หลายสำนักวิจัยคาดการณ์ GDP ของประเทศยังเติบโตอยู่ในช่วง 2.5-3% โดยฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจ ธุรกิจ และเศรษฐกิจฐานราก ธนาคารออมสินได้ประมาณการตัวเลข GDP ไว้ที่ 2.68% และได้ทำวิจัยอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับปัจจัยที่ส่งเสริมเศรษฐกิจไทย พบว่าภาคธุรกิจ SMEs จะเป็นตัวแปรสำคัญที่จะมาพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทยให้กลับขึ้นมาพ้นขีดอันตราย โดยรัฐบาลได้กำหนดเป็นวาระแห่งชาติ ในการส่งเสริมภาคธุรกิจ SMEs อย่างเข้มข้น มีทั้งมาตรการระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งธนาคารออมสินก็ได้รับหน้าที่อันยิ่งใหญ่ในมาตรการดังกล่าว ทั้งออก Soft Loan 100,000 ล้านบาท ให้แก่ธนาคารพาณิชย์และธนาคารเฉพาะกิจของรัฐรวม 18 แห่ง รวมทั้งร่วมจัดตั้งและปล่อยสินเชื่อสมทบให้กับกองทุนเพื่อสนับสนุน SMEs ในวงเงินรวม 4,000 ล้านบาท ซึ่งเงินจำนวนดังกล่าวจะไปช่วยหนุนให้ SMEs มีสภาพคล่องที่เหมาะสมต่อการดำเนินธุรกิจ และต่อยอดให้เกิดโอกาสทางการแข่งขันเป็นพลวัตต่อเนื่องกันไปไม่สิ้นสุด ซึ่งหากพิจารณารายภาคธุรกิจ SMEs แล้ว นับได้ว่าประเทศของเรามีความเข้มแข็งในระดับที่แข่งขันได้ หากมีการส่งเสริมและพัฒนาอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพของ SMEs ในระดับท้องถิ่น และการส่งเสริมกลุ่มกิจการขนาดเล็กในชุมชน เพราะท้ายที่สุด กลุ่ม SMEs จะเป็นกลุ่มที่มีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ด้วยจำนวนผู้ประกอบการ SMEs ที่มีถึงร้อยละ 97 ของวิสาหกิจทั้งหมด คิดเป็นสัดส่วนที่สูงถึงร้อยละ 37.4 ของ GDP รวมทั้งประเทศ
เพื่อให้เห็นภาพรวม ผมขอเล่าถึงธุรกิจเด่น SMEs รายพื้นที่ ซึ่งฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจ ธุรกิจ และเศรษฐกิจฐานราก ธนาคารออมสิน ได้ศึกษาวิจัยเพื่อนำเสนอแนวทางการพัฒนาธุรกิจ SMEs ที่มีการกระจายตัวตามพื้นที่ต่างๆ ทุกภูมิภาคของประเทศ โดยรวบรวมเป็นรายพื้นที่เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความโดดเด่นในเชิงเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมของแต่ละพื้นที่ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนพัฒนาเพิ่มศักยภาพ SMEs ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยธุรกิจ SMEs ที่โดดเด่นในพื้นที่ภาคกลางของประเทศ เป็นกลุ่มธุรกิจค้าปลีกค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภค ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับภาคการเกษตร ธุรกิจร้านอาหาร/เครื่องดื่ม ธุรกิจอสังหา ริมทรัพย์ ก่อสร้าง ธุรกิจเกี่ยวกับการผลิตสินค้าประดับ/ตกแต่ง ธุรกิจเสื้อผ้า/แฟชั่น ธุรกิจท่องเที่ยว/โรงแรม และธุรกิจบริการต่างๆ ส่วนธุรกิจ SMEs ที่โดดเด่นในพื้นที่ภาคตะวันตกของไทย ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจค้าปลีกค้าส่งผลผลิตทางการเกษตรและเกษตรแปรรูป ธุรกิจคัดแยกขยะ ธุรกิจของที่ระลึก ธุรกิจอาหารทะเลสด/แช่แข็ง ธุรกิจอัญมณี และธุรกิจท่องเที่ยว/บริการ ส่วนในพื้นที่ภาคตะวันออก กลุ่มธุรกิจ SMEs ที่โดดเด่น เป็นพวกธุรกิจการเกษตรและเกษตรแปรรูป ธุรกิจขนส่ง ธุรกิจโลจิสติกส์ธุรกิจอัญมณี ธุรกิจประมง ธุรกิจยานยนต์ ธุรกิจท่องเที่ยว และกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับประเทศเพื่อนบ้านเนื่องจากมีจุดผ่านแดนที่เอื้อต่อการค้าขาย ส่วนธุรกิจ SMEs ที่โดดเด่นในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง เป็นกลุ่มธุรกิจเกษตรแปรรูป ธุรกิจหัตถกรรม หัตถอุตสาหกรรม ธุรกิจอัญมณี ธุรกิจขนส่ง ธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ โดยพื้นที่ภาคเหนือตอนบนเป็นกลุ่มธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง ธุรกิจแปรรูปสินค้าทางการเกษตร ธุรกิจหัตถกรรม หัตถอุตสาหกรรม ธุรกิจท่องเที่ยว/บริการ ธุรกิจโลจิสติกส์ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจร้านค้า/โรงแรมขนาดเล็ก ส่วนในพื้นที่ภาคใต้ ธุรกิจแปรรูปสินค้าเกษตรยังคงเป็นดาวเด่นและเป็นที่มาซึ่งรายได้สูงสุดของพื้นที่ นอกจากนี้ก็มีธุรกิจประมง ธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรม โดยกลุ่มธุรกิจที่น่าจับตามองในขณะนี้เนื่องจากความเจริญเติบโตของพื้นที่เป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยว ก็คือบริการด้านสุขภาพและการศึกษา รวมทั้งธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งถือได้ว่าพื้นที่ภาคใต้เป็นพื้นที่ที่มีทรัพยากรทางกายภาพพร้อมสรรพ เป็นเสน่ห์ที่ชาวต่างชาติหลงใหล สำหรับในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กลุ่มธุรกิจ SMEs ที่โดดเด่น ได้แก่ ธุรกิจการเกษตรและเกษตรแปรรูป โดยเฉพาะข้าวสายพันธุ์ต่างๆ ธุรกิจหัตถกรรม ธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ ธุรกิจการค้าชายแดน ธุรกิจท่องเที่ยวและบริการรวมถึงธุรกิจอสังหา ริมทรัพย์ซึ่งกำลังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากการเปิดเสรีอาเซียน
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าธุรกิจ SMEs รายพื้นที่จะมีความโดดเด่นในตัวเอง แต่หากไม่ได้รับการส่งเสริมและต่อยอดผลิตภัณฑ์ให้สามารถแข่งขันได้กับประเทศต่างๆ ในอนาคตอันใกล้ขณะที่ AEC กำลังจะเกิดขึ้นอย่างเป็นทางการในปลายปีนี้ ก็อาจเป็นจุดเพลี่ยงพล้ำที่ทำให้ผู้ประกอบการไทยหลงยุค ดังนั้น การที่รัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับภาคธุรกิจ SMEs อย่างจริงจังจึงเป็นนิมิตหมายที่ดีและธนาคารออมสินก็พร้อมที่จะสนับสนุน SMEs ไทยก้าวไกลสู่สากล







