
เงินบาทแข็งค่าระยะสั้น
สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย คาดว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 36.35-35.65
สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย คาดว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 36.35-35.65
ในสัปดาห์นี้เงินบาท มีแนวโน้มจะปรับแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อน เนื่องจากการที่ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐที่ออกมาย่ำแย่ และบันทึกการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่สะท้อนว่าคณะกรรมการนโยบายการเงินยังไม่มีแนวโน้มจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในเร็วๆ นี้ ทำให้นักลงทุนเชื่อว่าเฟดจะเลื่อนการปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกออกไปเป็นเดือน ธ.ค. จากเดิมที่ไม่แน่ใจว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยเดือน ต.ค.หรือ ธ.ค. โดยสะท้อนจากมุมมองของนักลงทุนในตลาดสัญญาฟิวเจอร์สบนดอกเบี้ย Fed Funds Rate ของสหรัฐ นักลงทุนได้ปรับลดความเป็นไปได้ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ต.ค.ลงเหลือ 8% เท่านั้น เทียบกับ 10% ก่อนการเผยแพร่บันทึกการประชุมของเฟด ส่วนความเป็นไปได้ของการขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค.ปรับขึ้นมาที่ 39% จาก 38%
ดังนั้น นักลงทุนจึงใช้ช่วงเวลาระยะสั้นนี้เพื่อเทขายเงินเหรียญสหรัฐและเข้ามาลงทุนเก็งกำไรระยะสั้นในสินทรัพย์ในตลาดเกิดใหม่ รวมทั้งไทย เราจึงมองว่าตลาดหุ้น ตลาดพันธบัตร และค่าเงินบาทของไทย จะปรับขึ้นอย่างต่อเนื่องในสัปดาห์นี้ ขานรับความกล้าเสี่ยงของนักลงทุน
อย่างไรก็ตาม เรามองว่าการแข็งค่าของเงินบาทจะคงอยู่เพียงระยะสั้นเท่านั้น หากเราเชื่อมุมมองของนักลงทุนที่ว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค.นี้ เรามองว่าเฟดจะออกมาส่งสัญญาณถึงการปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 27-28 ต.ค.นี้ หลังจากนั้นไม่นานจะมีการประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกเดือน ต.ค.ด้วย ทั้งสองปัจจัยอาจทำให้เงินเหรียญสหรัฐกลับมาแข็งค่าอีกครั้ง ทางกสิกรไทยยังคงประมาณการค่าเงินบาทไว้ที่ 36.75 ณ สิ้นปีนี้ และ 38.00 ณ สิ้นปี 2016 นอกจากนี้ ตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องจับตา ได้แก่ ดัชนีค้าปลีก ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค และกิจกรรมในภาคการผลิตของสหรัฐ ตัวเลขการส่งออกของจีน และอัตราเงินเฟ้อของประเทศหลัก
เงินบาท ปรับแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วในสัปดาห์นี้จากระดับสูงสุดเมื่อวันจันทร์ที่ 36.66 มาปิดตลาดที่ 35.51 (ณ วันศุกร์ เวลา 17.00 น.) เนื่องจากตัวเลขการจ้างงานอกภาคเกษตรของสหรัฐ ทำให้นักลงทุนมองว่าความเป็นไปได้ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยมีน้อยลง โดยการจ้างงานของสหรัฐในเดือน ก.ย.เพิ่มขึ้นเพียง 1.42 แสนตำแหน่งเท่านั้น น้อยกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ว่าจะเพิ่มขึ้น 2.01 แสนตำแหน่ง
ส่วนปลายสัปดาห์ เงินบาทแข็งค่าขึ้นแรงมาที่ 35.48 หลังบันทึกการประชุมของเฟดจากการประชุมเมื่อเดือน ก.ย.สะท้อน
มุมมองที่ Dovish ของคณะกรรมการ ถึงแม้ว่าคณะกรรมการหลายท่านจะมองว่าการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกน่าจะเกิดขึ้นในเดือน ก.ย.นี้ แต่ต้องการเห็นตัวเลขเศรษฐกิจมากกว่านี้ก่อน เพื่อดูว่าการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนจะไม่ส่งผลต่อเศรษฐกิจสหรัฐ เราคิดว่าคณะกรรมการให้ความสำคัญกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนมากกว่าความผันผวนระยะสั้นของตลาดการเงิน เนื่องจากจีนมีผลโดยตรงต่อสหรัฐ ผ่านช่องทางการส่งออก และผ่านช่องทางอัตราเงินเฟ้อ
เงินยูโร แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐจาก 1.1219 มาที่ 1.1335 เนื่องจากนักลงทุนปรับมุมมองเกี่ยวกับการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดออกไปเป็นเดือน ธ.ค. ส่วนเงินเยนซื้อขายในกรอบแคบโดยเปิดตลาดที่ 119.97 มาปิดตลาดที่ 120.25







