posttoday
ตั้งรับดอกเบี้ยเริ่มขึ้นแล้วหรือยัง

ตั้งรับดอกเบี้ยเริ่มขึ้นแล้วหรือยัง

16 กรกฎาคม 2553

....สมบัติ นราวุฒิชัย

ยุคดอกเบี้ยต่ำพิเศษผ่านไปแล้ว หลักฐานที่เป็นรูปธรรม คือ การที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของ ธปท.ได้ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (RP ระยะ 1 วัน) จากจุดต่ำสุดเป็นพิเศษ 1.25% เป็น 1.50%

ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยนโยบายต่ำเป็นพิเศษยืนพื้นมายาวนาน 15 เดือน นับจากเดือน เม.ย. 2552 ช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกและไทยดำดิ่งลึกจากวิกฤตเศรษฐกิจโลก

ในช่วงเวลานั้น ภาวะต่างๆ ดูตกต่ำเป็นพิเศษ ทั้งตัวเลข GDP ที่ติดลบ เงินเฟ้อติดลบ ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกดิ่งต่ำเหลือ 40 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล

ในขณะที่สถานการณ์ปีนี้ หลายๆ สิ่งฟื้นกลับไปสู่ภาวะปกติหมดแล้ว เช่น GDP ขยายตัวดีตั้งแต่ไตรมาส 4 ของปี 2552 และย้ำด้วยตัวเลข 12% yoy ในไตรมาสแรกปีนี้

ราคาน้ำมันดิบย้อนกลับขึ้นไปเป็น 7080 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล มาร่วม 10 เดือนแล้ว

เงินเฟ้อ (CPI) นั้นย้อนกลับมาเป็นบวกแถวๆ 3.5% ตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2552 และวนเวียนป้วนเปี้ยนย้ำแถวๆ 34% มาถึงเดือน มิ.ย. 2553 แม้ว่าเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core Inflation) จะยังต่ำ 1.1% อยู่ในกรอบเป้าหมายก็ตาม แต่ก็คาดกันว่าปีหน้าคงขึ้นไประดับเกิน 2%

ดอกเบี้ยต่ำพิเศษนั้น มีผลดีอยู่มากในยามที่เศรษฐกิจแย่เป็นพิเศษ ซึ่งปีที่ผ่านมาแบงก์ชาติทั่วโลกได้กระหน่ำลดดอกเบี้ยเตี้ยสุดพิเศษ ควบคู่กับการที่รัฐบาลทุกประเทศทุ่มงบขาดดุลมโหฬาร (จนมีปัญหาหนี้สาธารณะพุ่งสูงกันทั่วโลก) จนเศรษฐกิจทั่วโลกฟื้นเร็วอย่างเหลือเชื่อเกินกว่าปลาหมึกตัวไหนมาคาดคิดได้

ในแง่มุมการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจนั้น ประเทศไทยและประเทศส่วนใหญ่ถือว่าผ่านพ้นโล่งอก หมดความจำเป็นต้องใช้ดอกต่ำพิเศษ และเมื่อเริ่มไม้แรกแล้ว ปกติก็มักจะตามมาด้วยไม้ 234 เป็นลำดับไป จนกว่าจะเหมาะสมกับภาวะเงินเฟ้อและการเติบโตทางเศรษฐกิจ

ขณะนี้เงินเฟ้อทั่วไปยืนระดับ 34% มานานพอสมควร และคาดการณ์ปีนี้ สมาคมนักวิเคราะห์ฯ เพิ่งแถลงไปว่า คาดไว้ 3.3% ดังนั้นดอกเบี้ยนโยบายคงต้องขึ้นอีกหลายยก เท่าที่ดูคาดการณ์ของเกือบทุกสำนัก คิดกันว่า จะขึ้นไปเป็น 1.752.00% ปลายปีนี้ และปีหน้าก็น่าจะขึ้นต่อไปอีก

ถ้าถามว่า อัตราดอกเบี้ยระดับปกติที่ว่านั้น จะอยู่ตรงไหน โดยทั่วไปก็หวังว่าจะสูงกว่าเงินเฟ้อเล็กน้อย

นอกจากนั้น ให้ลองเหลียวหน้าไปมองข้อมูลที่ผ่านมา ก่อนที่จะลงมาต่ำพิเศษนั้น ดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 3.25% (พ.ย. 2551) และ 5.00% (16 ม.ค. 2550, ขณะนั้นยังใช้ RP ระยะ 14 วัน) คงไม่ต้องมองไปถึงจุดที่เคยสูงสุดก่อนปรับลง แต่ถ้าจะกลับไปครึ่งทางที่ประมาณ 3% ซึ่งใกล้กับระดับคาดการณ์เงินเฟ้อคงเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ในปี 2554

แปลว่าต้องเตรียมใจว่า ดอกเบี้ยนโยบายจะขึ้นไต่หลายยกอีกประมาณ 1.5% เป็น 3%

ตั้งรับดอกเบี้ยขาขึ้นอย่างไร

คนฝากเงิน จะผ่านพ้นช่วงแห่งความชอกช้ำไปได้บ้าง อย่างไรก็ตามดอกเบี้ยเงินฝากประจำธนาคารก็คงจะค่อยๆ ปรับขึ้นไปทีละนิดตามหลังการประชุมขึ้นดอกเบี้ยของ กนง.

ถ้าฝาก 1 ปียังให้ดอกเบี้ยสูงกว่าฝาก 3 เดือน ไม่เกิน 0.50% อาจต้องยอมฝากสั้นๆ แทนฝากยาว เพราะเมื่อเงินฝากสั้น 3 เดือนครบกำหนด อาจจะได้ดอกเบี้ยใหม่ดีขึ้นอีกทีละ 0.5%

คนจะกู้ซื้อคอนโดหรือบ้าน คงต้องคำนวณเผื่อว่าถ้าดอกเบี้ยสูงขึ้นสัก 1.52.00% จะรับภาวะไหวไหม ถ้ากำลังเล็งจะจองคอนโดไหน กว่าจะทำสัญญากู้ตอนนั้นดอกเบี้ยคงขยับขึ้นไปมากพอสมควร สมมติฐาน คือ ขึ้นไปทีละ 0.50% ต่อไตรมาสติดๆ กันสัก 3 ไตรมาส ก็ลองดูกำหนดการที่โครงการสัญญาไว้ว่าจะเสร็จเมื่อไรที่จะไปกู้มาโอน และอย่าลืมว่า เกือบทุกโครงการจะเสร็จจริงๆ แบบเรียบร้อยแก้ไขงานครบ ก็เกินกำหนดที่วางไว้หลายเดือนเสมอ รวมแล้วดอกเบี้ยจะขึ้นไปเป็นเท่าไรก็ลองคำนวณดู

ทุกๆ ล้านบาท ถ้าดอกเบี้ยขึ้นไป 1% ก็ต้องจ่ายดอกเบี้ยเพิ่ม 1 หมื่นบาทต่อปี ถ้าขึ้นไป 1.5% ก็จ่ายเพิ่ม 1.5 หมื่นบาทต่อปี

แล้วถ้าเล็งคอนโดราคา 5 ล้าน ก็คำนวณเพิ่มไป 5 เท่าของบรรทัดบน เบ็ดเสร็จคือ อาจต้องจ่ายผ่อนดอกเบี้ยเพิ่มปีละ 7.5 หมื่นบาทต่อปี เป็นต้น

คนเล่นหุ้น การที่ดอกเบี้ยสูงขึ้น จะมีผลกับมูลค่าและทิศทางราคาหุ้นบ้างดังนี้

1.ถ้าตัวแปรอื่นนิ่งหมด เช่น คาดการณ์ GDP เท่าเดิม แล้วดอกเบี้ยขึ้น มูลค่าหุ้นต้องลดลง ตัวเลขไม่แน่ชัดนักขึ้นกับโมเดลคำนวณของแต่ละนักวิเคราะห์ แต่ถ้ากล่าวโดยคร่าวๆ ทุกๆ 1% ที่ดอกเบี้ยขึ้น น่าจะกระทบมูลค่าหุ้นให้ลดลงประมาณ 810%

แต่ถ้าตัวแปรอื่นดีขึ้น เช่น ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP เพิ่มคาดการณ์ EPS ก็อาจชดเชยผลกระทบจากการขึ้นดอกเบี้ยบ้าง

2.บริษัทจดทะเบียนที่มีเงินกู้ธนาคารหรือจะออกหุ้นกู้ใหม่ จะมีภาระจ่ายดอกเบี้ยเพิ่ม กำไรก็จะลดลงกว่าสมมติฐานเดิม

3.การเปรียบเทียบดอกเบี้ยที่คนเล่นหุ้นอาจเลือกไปลง เช่น พันธบัตรรัฐบาลรอบหน้าดอกเบี้ยอาจดีขึ้นอีก ครั้งก่อนพันธบัตร 6 ปี เฉลี่ยที่ 4.17% ครั้งหน้าอาจจะเป็น 4.50%

ส่วนเงินฝากที่เคยได้แค่ 0.75% อีกไม่นานก็คงจะเป็น 2.002.25% ที่เคยสนใจมาลงทุนหุ้นในตลาด ที่เฉลี่ยปันผลประมาณ 3.70% (ที่ดัชนี 820 จุด) ก็อาจจะมีผู้สนใจน้อยลง

4.ดูจากสถิติที่ผ่านมา ช่วงที่ดอกเบี้ยทะยานขึ้นติดๆ กัน เคยทำให้หุ้นเปลี่ยนจากขึ้นเป็นแกว่งทรงตัวอืดไปถนัดใจ และบางครั้งก็ทำให้หุ้นปรับตัวลงมาให้เห็นอย่างชัดเจน

คนเล่นทอง ที่ผ่านมาดอกเบี้ยที่ต่ำก็เป็นตัวแปรหนึ่งที่ทำให้หลายคนหันมาเก็งกำไรทองคำ กองทุนทอง หรือแม้แต่เป็นโกลด์ฟิวเจอร์ส เพราะเก็งถูกทีเดียวก็ได้มากกว่าดอกเบี้ยฝากทั้งปีแล้ว

นอกจากนั้น ราคาทองก็ยังขึ้นกับตัวแปรอีกเยอะแยะ ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า ยามมีความตึงเครียดของการเมืองระดับโลกทองก็พุ่ง เงินเฟ้อเยอะทองก็พุ่ง เงินดอลลาร์อ่อนทองก็ขึ้นได้ แต่บางที IMF ประกาศจะลดการถือทอง ทองก็ร่วง แล้วยังมีการเก็งกำไรวัดใจด้วย Technical Analysis ดูแนวรับ แนวต้านอีก

ผมคิดว่า เรื่องทองเป็นสิ่งที่ซับซ้อนพอสมควร ถ้าจะให้ดีลองติดตามฟังทัศนะผู้เชี่ยวชาญในวงการทองคำน่าจะดีที่สุด

ไปเจาะลึกที่มหกรรมวิเคราะห์หลักทรัพย์

ผมคิดว่า เมื่อดอกเบี้ยกำลังเปลี่ยนแปลงขึ้นชัดเจนแบบนี้ คงต้องเตรียมการตั้งรับปรับทิศทางการออม & ลงทุนกันให้ดี ทั้งคนที่เล่นหุ้น คนเล่นทอง หรือนักจองคอนโดก็ตาม

งานมหกรรมวิเคราะห์หลักทรัพย์ที่สมาคมนักวิเคราะห์ฯ จะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่กว่าครั้งเดิมๆ ในวันศุกร์ที่ 23 ถึงวันอาทิตย์ที่ 25 ก.ค. 2553 ระดมกูรูชื่อดังเกือบ 30 คน ของวงการเศรษฐกิจ, หุ้น, บริษัทจัดการกองทุน, ทองคำ, น้ำมัน และนายธนาคาร ผู้เชี่ยวชาญธุรกิจที่อยู่อาศัยจะร่วมกันมานำเสนอมุมมองเศรษฐกิจ และเคล็ดลับการลงทุนทั้งหุ้น ทอง จองซื้ออสังหาริมทรัพย์ แม้กระทั่งกองทุนพลังงาน

ชื่อดังที่เอ่ยเป็นตัวอย่าง ได้แก่ ดร.ก้องเกียรติ, คุณไพบูลย์ TISCO & นายก SAA, คุณโสภาวดี กบข., คุณมนตรี กิมเอ็ง และอีก 20 กว่าคนชื่อดังระดับประเทศทุกคน

ที่สำคัญสุดๆ คือ การรวบรวมข้อมูลจากผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญ นักวิเคราะห์ที่ได้รับรางวัลยอดเยี่ยม และสำนักวิจัยใหญ่ๆ ของประเทศ จัดทำเป็น “คู่มือผู้ลงทุน” หลายสำนักไม่ได้เผยแพร่อย่างทั่วไป เนื้อหาในเล่มจะมีทั้งข้อมูลสถิติย้อนหลัง ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ ข้อมูล P/E P/BV 35 ปี ตั้งแต่เปิดตลาดหุ้น เพื่อใช้ศึกษาเปรียบเทียบกับปัจจุบันได้เป็นอย่างดี มีบทวิจัยแนวโน้มธุรกิจสำคัญๆ เรื่องราวที่ทำให้เข้าใจเรื่องของทิศทางทองคำ ฯลฯ จำหน่ายในราคาพิเศษ 80 บาท (ต่ำกว่าค่าพิมพ์ที่ไม่รวมค่าตัวผู้เขียน เพราะเป็นการอนุเคราะห์งานเขียนให้กับสมาคม)

ดูรายละเอียดที่ www.saathai.org หรือโทร. 0222923556

พบกันที่งานมหกรรมวิเคราะห์หลักทรัพย์ จัดที่อาคารสภาวิชาชีพบัญชี ชั้น 6 สุขุมวิท 21 (อโศก) ใกล้สถานีรถไฟใต้ดิน ผมร่วมบรรยายด้วย และคงไปดูแลงานทุกวันครับ m

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน