
ส.อ.ท.จับมือมหิดลช่วยเอสเอ็มอี
ส.อ.ท.จับมือมหิดลดันนวัตกรรมช่วยเอสเอ็มอี ตั้งเป้าเพิ่มสินค้านวัตกรรมปีละ 100 ราย ผ่านมามีแต่งานวิจัยไม่ได้ใช้จริง
ส.อ.ท.จับมือมหิดลดันนวัตกรรมช่วยเอสเอ็มอี ตั้งเป้าเพิ่มสินค้านวัตกรรมปีละ 100 ราย ผ่านมามีแต่งานวิจัยไม่ได้ใช้จริง
นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ส.อ.ท.ได้ร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พัฒนานวัตกรรมต่างๆ ให้ตรงความต้องการผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและหลากหลาย เช่น เครื่องมือแพทย์ สุขภาพ สมุนไพร เนื่องจากที่ผ่านมามีผลงานจำนวนมากไม่ถูกนำมาใช้จริงกับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ทั้งนี้ตั้งเป้าให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเกิดธุรกิจที่มีสินค้านวัตกรรม มีมูลค่าเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 100 รายต่อปี โดยจะแลกเปลี่ยนบุคลากรประสานงานความร่วมมือระหว่างกันอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ ส.อ.ท.จะนำโจทย์จากผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ไปหารือร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อพัฒนางานวิจัยที่นำมาใช้ได้จริงมากขึ้น ส่วนหนึ่งยังช่วยแก้ปัญหาการโฆษณาเกินจริงของยาสมุนไพรต่างๆ ส่งผลให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อ.ย.) แจ้งเตือนมายังผู้ประกอบการบ่อยครั้ง ต่อไปจะมีงานวิจัยที่พิสูจน์ได้ โดยจะเน้นอุตฯสุขภาพ ด้านดิจิทัล และอุตฯที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมและโครงสร้างพื้นฐาน โดยจะร่วมกันพัฒนาบุคคลากรและพัฒนางานวิจัยเพื่อตอบโจทย์เอสเอ็มอีร่วมกัน ซึ่งจะเป็นต้นแบบให้เกิดการปรับโครงสร้างของอุตฯของประเทศไทยให้ก้าวพ้นกับดักรายได้ประเทศปานกลางในอนาคตด้วย
นายจักรกฤษณ์ ศุทธากรณ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า มหาวิทยาลัยฯเตรียมปรับหลักสูตรพัฒนาโจทย์วิจัยกับภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด โดยเร่งผลักดันโครงการต่างๆ คือ โครงการพัฒนาบุคลากรร่วมกับภาคอุตสาหกรรม โครงการออกแบบและพัฒนานวัตกรรมร่วมกับผู้ประกอบ
โดยส่งเสริมให้เกิดการใช้ทรัพยากรต่างๆ ร่วมกันโดยเฉพาะห้องปฏิบัติการและเครื่องมือทดสอบต่างๆ และโครงการให้คำปรึกษากับผู้ประกอบครอบคลุมในด้านต่างๆ ทั้งด้านเทคโนโลยี ด้านการจัดการธุรกิจและอุตฯ ด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม ด้านกฏระเบียบและมาตรฐานต่างๆ รวมทั้งด้านการลงทุนและการเงิน เชื่อว่า จะช่วยผลักดันให้อุตฯ ของไทยขยายตัวอย่างยั่งยืน
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ที่ปรึกษารมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า ความร่วมมือของส.อ.ท. และมหาวิทยาลัยมหิดล ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ในการพัฒนาผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้เข้มแข็งขึ้น ซึ่งสอดรับกับนโยบายรัฐบาล ที่ให้ความสำคัญกับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี นำเทคโนโลยี และนวัตกรรมต่างๆ มาสร้างคุณค่า และเพิ่มผลิตภาพของสินค้าและบริการให้สามารถแข่งขันได้มากขึ้น และเชื่อว่างานวิจัยต่างๆ จะนำไปสู่การพัฒนาสินค้าอุตฯ เพื่อช่วยลดการนำเข้าจากต่างประเทศมากขึ้น







