
TFGดิ่งพิษมาร์เก็ตแคป
ไทยฟู้ดส์ฯ ราคาวันแรกต่ำกว่าจอง ที่ปรึกษารับนักลงทุนหวั่นเกณฑ์มาร์เก็ตแคป
ไทยฟู้ดส์ฯ ราคาวันแรกต่ำกว่าจอง ที่ปรึกษารับนักลงทุนหวั่นเกณฑ์มาร์เก็ตแคป
น.ส.ดวงกมล ใสสี รองกรรมการผู้จัดการ สายบริหารองค์กร บริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป (TFG) เปิดเผยว่า ราคาหุ้นของบริษัทที่เข้าซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย วันที่ 8 ต.ค. 2558 ปิดที่ 1.91 บาท ลดลง 0.04 บาท จากราคาไอพีโอที่ 1.95 บาท ติดลบ 2.05% ผิดจากที่บริษัทคาดหมายไว้ เพราะราคาไอพีโอมีส่วนลดประมาณ 40% จากราคาเหมาะสมที่นักวิเคราะห์ประเมินที่ 3.30 บาท ส่วนหนึ่งมาจากดีมานด์และซัพพลายในตลาดที่มูลค่าการซื้อขายรวมชะลอลงจากที่เคยดีในช่วง 2 วันที่ผ่านมา ประกอบขนาดไอพีโอของบริษัทมีขนาดใหญ่ถึงจำนวน 1,100 ล้านหุ้น
สำหรับปัจจัยที่บริษัทเข้าจดทะเบียนด้วยเกณฑ์มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) มองว่าไม่น่าจะมีความเกี่ยวข้อง เนื่องจากผลการดำเนินงานที่ขาดทุนเป็นสถานการณ์ชั่วคราวจากผลกระทบที่เกิดขึ้นชั่วคราวจากปัญหาอุปทานที่ไก่ล้นตลาดกระทบต่อราคาขาย ถือเป็นจุดต่ำสุดในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา แต่ปัจจุบันสถานการณ์เริ่มฟื้นตัวดีขึ้น และผลประกอบการในอดีตที่ผ่านมายังมีกำไรต่อเนื่อง
อย่างไรก็ดี ยอมรับว่ามีกองทุนส่วนบุคคล (ไพรเวทฟันด์) ของสิงคโปร์ที่ต้องการจะจองซื้อหุ้นไอพีโอจำนวน 59.19 ล้านหุ้นคิดเป็นประมาณ 1.16% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด มีปัญหาทางเทคนิคในการโอนเงินชำระค่าหุ้นไม่ทัน ส่งผลให้บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคที ซีมิโก้ ซึ่งเป็นทั้งที่ปรึกษาทางการเงินและเป็นผู้รับประกันการจัดจำหน่ายหุ้นไอพีโอต้องรับซื้อหุ้นจำนวนดังกล่าวเข้าพอร์ต
“กระแสข่าวลือว่าหุ้น TFG ขายไม่หมด ยืนยันว่าไม่จริง เพราะราคาไอพีโอที่ตั้งไว้ด้วยพื้นฐานบริษัทและส่วนลดที่ให้มีความเหมาะสมซึ่งมีเฉพาะส่วนที่ไพรเวทฟันด์สิงคโปร์ที่โอนเงินมาชำระค่าหุ้นไม่ทันเวลาเท่านั้น” น.ส.ดวงกมล กล่าว
นายวินัย เตียวสมบูรณ์กิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TFG กล่าวว่า มั่นใจว่าผลประกอบการในปี 2559 จะพลิกกลับมามีกำไร จากช่วง 6 เดือนแรกของปี 2558 ที่ขาดทุน 928.94 ล้านบาท และใช้กำไรจากการดำเนินงานล้างสะสมที่มี 798.71 ล้านบาท ได้หมดในปี 2559 จากแผนการทำยอดขายและกำไรให้เติบโตต่อเนื่องแบบมั่นคง โดยมุ่งต่อยอดธุรกิจเดิมไปแปรรูปเป็นสินค่ามูลค่าเพิ่ม อาทิ ไส้กรอก อาหารสัตว์ และอาหารปรุงสุกพร้อมรับประทาน
นายคมกฤต มีคำสัตย์ ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส บล.เคที ซีมิโก้กล่าวว่า ในฐานะผู้รับประกันการจัดจำหน่ายได้รับหุ้น TFG ในส่วนที่กองทุนไพรเวทฟันด์สิงคโปร์โอนเงินมาชำระค่าหุ้นไม่ทัน บริษัทได้รับซื้อมาไว้ที่พอร์ตลงทุน ซึ่งการลงทุนใน TFG มีนโยบายจะเป็นการลงทุนในระยะยาวเพื่อรับเงินปันผล เนื่องจากบริษัทในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน ทำให้มั่นใจว่า TFG เป็นธุรกิจผลิตและจำหน่ายอาหารที่มีศักยภาพการเติบโตในอนาคต
“มีความมั่นใจว่ามูลค่าหุ้นในอนาคตมีโอกาสกลับมาดีขึ้น สะท้อนการเติบโตของธุรกิจ เพราะเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายอาหาร เนื้อไก่ถือเป็นโปรตีนที่มีราคาถูกที่สุด ขณะที่แนวโน้มจำนวนประชากรของโลกที่เพิ่มสูงขึ้นจะเป็นปัจจัยสนับสนุนให้มีความต้องการบริโภคเนื้อสัตว์มากขึ้น อีกทั้งบริษัทยังมีธุรกิจผลิตและจำหน่ายเนื้อหมู โดยปัจจุบันมีการออกไปลงทุนในประเทศเวียดนามซึ่งประชากรมีการบริโภคเนื้อหมูที่สูงกว่าไทยถึง 2 เท่าตัว” นายคมกฤต กล่าว
อย่างไรก็ดี ยอมรับว่าประเด็นการเข้าตามเกณฑ์มาร์เก็ตแคปเป็นปัจจัยกดดันที่สร้างความกังวลกับนักลงทุน ส่งผลกระทบต่อราคาหุ้น TFG ขณะที่ TFG มีความแตกต่างเพราะธุรกิจในอดีตที่ผ่านมามีผลประกอบการที่มีกำไร แต่มีผลขาดทุนชั่วคราวจากปัญหาอุปทานส่วนเกินของไก่กระทบต่อราคาขายไก่ให้ลดลงเปรียบเทียบกับบริษัทอื่นๆ ที่เข้ามาผ่านเกณฑ์มาร์เก็ตแคปก่อนหน้านี้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบริษัทที่มีผลประกอบการในอดีตที่ขาดทุน
นอกจากนี้ ยืนยันว่าหุ้นไอพีโอทั้งหมดไม่รวมของกองทุนไพรเวทฟันด์สิงคโปร์ สามารถขายได้หมด เพราะมีความต้องการจองซื้อเข้ามาจริงจากนักลงทุน ซึ่งเห็นโอกาสการเติบโตของธุรกิจในอนาคต
รวมถึง TFG ปัจจุบันยังมีพันธมิตรทางธุรกิจ ซึ่งอาจเห็นความร่วมมือในการสร้างความมั่นคงกับวัตถุดิบซึ่งใช้ในการผลิตสินค้า
“ราคาหุ้น TFG ที่ต่ำกว่าไอพีโอ เราไม่มีวิธีพิเศษอะไรเข้าไปดูแลจะปล่อยให้เป็นตามกลไกตลาด หากมีสตอรี่เข้ามาในอนาคตราคาหุ้นจะปรับสะท้อนดีขึ้นเอง” นายคมกฤต กล่าว
ด้านหุ้นใหม่บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI) ที่เพิ่งเข้าซื้อขายใน SET เมื่อวันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา ก็ยังคงมีแรงเทขายออกมาอย่างรุนแรง กดราคารูดลงไปถึง 1.20 บาท คิดเป็น 13.48% ปิดที่ระดับ 7.70 บาท แม้ตอนเปิดตลาดพยายามจะปรับตัวขึ้นก็ตาม







