posttoday
ไทยกรีน อะโกร พลิกวิถีเกษตรกรไทย

ไทยกรีน อะโกร พลิกวิถีเกษตรกรไทย

08 ตุลาคม 2558

โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน

โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน

ภาวะหนี้สินเกษตรกรที่เพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับปัญหาภัยแล้งหนักในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ยิ่งซ้ำเติมเกษตรกรไทยให้ประสบปัญหาหนักมากยิ่งขึ้น

แต่สำหรับ มนตรี บุญจรัส กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยกรีน อะโกร และประธานชมรมเกษตรปลอดสารพิษ กลับมองว่า ในปี 2559 จะเป็นปีทองของอุตสาหกรรมการเกษตรของไทย รวมทั้งผู้ที่ทำอาชีพเกษตรกร เพราะเห็นแนวโน้มราคาสินค้าเกษตรจะปรับตัวสูงขึ้น และเชื่อว่ารัฐบาลจะมีนโยบายใหม่ๆ ที่จะพลิกอุตสาหกรรมการเกษตรไทยให้ฟื้นขึ้นมา

“สินค้าเกษตรไทยไม่มีวันตาย และจะเติบโตมากขึ้น โดยเฉพาะสินค้าเกษตรปลอดสารพิษ ที่มีกลุ่มคนทำงานและกลุ่มที่ทำอาชีพเกษตรกรรมหันมาทำสินค้าเกษตรปลอดสารพิษเพิ่มขึ้น จึงมีความปลอดภัยทั้งต่อ
ผู้ปลูกและผู้บริโภค ขณะเดียวกัน กระแสตื่นตัวการหันมาบริโภคอาหารปลอดสารพิษที่มีเพิ่มมาก ส่งผลดีให้สินค้าผักปลอดสารพิษมีไม่เพียงพอและขาดตลาดบางครั้ง” มนตรี กล่าว

สำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มทำธุรกิจและเลือกอาชีพการเกษตรนั้นไม่ใช่สิ่งที่ยาก แต่สิ่งที่สำคัญสำหรับผู้อยากเริ่มทำการเกษตร คือ การต้องมีความรู้ และศึกษาข้อมูล รวมถึงการมีพื้นที่จำนวน 1 ไร่ก็สามารถเริ่มทำการเกษตรได้แล้ว รวมถึงควรจะศึกษาและเรียนรู้การทำเกษตรตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง จะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อเกษตรกรไทยที่มีจำนวน 30 ล้านคน โดยการทำการเกษตรควรเริ่มจากเกษตรปลอดสารพิษ ก่อนขยายไปเกษตรออร์แกนิก ซึ่งการทำเกษตรแบบปลอดสารพิษจะมีต้นทุนต่ำกว่าเกษตรที่ใช้สารเคมีถึง 70%

มนตรี กล่าวว่า การทำธุรกิจตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ตนเองพยายามผลักดันเรื่องการทำเกษตรแบบปลอดสารพิษ ต้องเผชิญกับปัญหาและความท้าทายหลายด้าน ทั้งจากบริษัทรายใหญ่ที่ทำด้านสารเคมีและมีกฎระเบียบของรัฐที่ไม่เอื้อต่อผู้ประกอบการเกษตรปลอดสารพิษ เพราะขั้นตอนการขออนุญาตของการทำสินค้าเกษตรปลอดสารพิษต้องใช้เวลานานถึง 3-7 ปีในบางราย ทำให้ที่ผ่านมามีผู้ประกอบการเอกชนหลายรายยุติการทำธุรกิจจากปัญหาดังกล่าว

“สิ่งที่ทำให้เดินหน้าต่อไปมาจากใจที่มุ่งมั่นและอยากทำเรื่องนี้ ต้องการให้สังคมได้ประโยชน์และอยากให้เกษตรกรไทยคิดใหม่ รวมทั้งต้องมีความซื่อสัตย์และความจริงใจแก่ลูกค้า มุ่งรักษาสินค้าที่มีคุณภาพดี มีราคาเหมาะสม ส่งผลให้ลูกค้าเชื่อมั่นและเลือกซื้อสินค้า โดยอยากให้มีผู้ประกอบการรายใหม่ทำสินค้าเกษตรปลอดสารพิษมากขึ้น เพราะส่งผลดีต่อประเทศไทย ทั้งเกษตรและผู้บริโภค ท้ายที่สุด จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญให้ประเทศไทยเป็นครัวอาหารของโลกได้อย่างแท้จริง”

มนตรี กล่าวว่า แผนของบริษัทต่อจากนี้ไปจะขยายธุรกิจไปยังกลุ่มอาหารมากขึ้น โดยในปีนี้ได้ลงทุน 20 ล้านบาท เพื่อสร้างโรงเพาะเห็ดแห่งใหม่ใน จ.อ่างทอง พื้นที่รวม 50 ไร่ โดยเป็นโรงเพาะเห็ดถั่งเช่า เพื่อขยายตลาดกลุ่มอาหารเสริม คาดว่าจะเข้ามาทำตลาดภายใน 3-4 เดือนนับจากนี้ รวมถึงสนใจนำกลุ่มอาหารเสริมเข้ามาทำตลาดมากขึ้นนับจากนี้ ขณะเดียวกัน บริษัทจะมีสินค้ากลุ่มจุลินทรีย์สำหรับพืชออกมาทำตลาดด้วย

ขณะที่ตลาดในประเทศจะมุ่งกลยุทธ์การพัฒนาสินค้าและบริการใหม่เพิ่มขึ้น ส่วนช่องทางจำหน่ายที่มีอยู่ 20 แห่ง ก็มีแผนปรับปรุงและเพิ่มสินค้าใหม่ รวมทั้งเดินหน้าปฏิวัติทางความคิดและติดอาวุธทางปัญญาให้แก่เกษตรกรไทยและผู้บริโภค หันมาใช้สินค้าปลอดสารพิษผ่านทั้งสื่อออนไลน์และสื่อต่างๆ

ในปี 2559 จะขยายตลาดไปในอาเซียนในกลุ่มสินค้าเกษตรปลอดสารพิษ เพราะตลาดอาเซียนมีทิศทางที่กำลังเติบโต โดยจะเข้าไปทำตลาดในประเทศ กัมพูชา ลาว และเมียนมา ที่จะมีตัวแทนจำหน่ายในแต่ละประเทศและเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ รวมถึงยังไม่มีคู่แข่ง คาดว่าจะเริ่มทำตลาดไปในประเทศเมียนมาก่อน จากที่ผ่านมาได้เริ่มส่งออกสินค้าไปในอาเซียนแล้ว

“สินค้าเกษตรที่ใช้สารเคมี มีการนำเข้ามาในประเทศไทยปีละกว่าแสนล้านบาท มีผลกระทบต่อคนใช้ ผู้บริโภค รวมทั้งมีราคาสูงกว่าสินค้าเกษตรที่ปลอดสารพิษ ผมจะมุ่งมั่นกระตุ้นเกษตรไทยให้หันมาทำเกษตรปลอดสารพิษต่อไป เพื่อมาร่วมเปลี่ยนอุตสาหกรรมการเกษตรในประเทศไทยไปด้วยกัน” มนตรี กล่าวทิ้งท้าย

แนวคิดธุรกิจไทยกรีน อะโกร

- ผลิตสินค้าเกษตรปลอดสารพิษ

- มุ่งคุณภาพและบริการที่ดี

- ทำงานกับเกษตรและพร้อมให้ความรู้

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน