
‘ดูคาติ’ เปิดเกมรุกบิ๊กไบค์ภูธรเต็มสูบ
โดย...สไปรท์
โดย...สไปรท์
ถือได้ว่าอัตราการเติบโตในช่วงปี 2555-2557 ที่ผ่านมา มีอัตราการเติบโตที่น่าสนใจเลยทีเดียว จนกระทั่งที่อาจเรียกได้ว่าสูงสุดเมื่อเทียบกับผู้เล่นในตลาดรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ (บิ๊กไบค์) ระดับพรีเมียมในประเทศไทย
อภิชาติ ลีนุตพงษ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ดูคาทิสติ (ดูคาติ ไทยแลนด์) เล่าให้ฟังว่า ในช่วงเวลาดังกล่าว บริษัทมีอัตราเติบโตเฉลี่ย 45% ต่อปี ส่งผลให้มีจำนวนยอดขายสะสมมากกว่า 9,000 คัน โดยในปี 2557 ที่ผ่านมา บริษัทมียอดขายรวมอยู่ที่ 3,057 คัน เติบโตขึ้นจากปีก่อนหน้า 22% ซึ่งถือเป็นอัตราการเติบโตที่สวนทางกับภาวะเศรษฐกิจของไทยในช่วงเวลาดังกล่าว
ทั้งนี้ รุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุด คือ รุ่นมอนสเตอร์ (Monster) แบ่งเป็นสัดส่วน 50% รองลงมาคือ ดูคาติ สแครมเบลอร์ (Ducati Scrambler) 25% รุ่นพานิกาเล่ (Panigale) 10% รุ่นไฮเปอร์โมตาร์ด (Hypermotard) 8% รุ่นแดเวล (Diavel) 5% และรุ่นมัลติ
สตราด้า (Multistrada) 2%
ขณะที่ปี 2558 บริษัทได้เปิดตัวรถหลายรุ่นด้วยกัน ได้แก่ มอนสเตอร์ 821 (Monster 821) มัลติสตราด้า ปี 2015 (Multistrada 2015) 1299 พานิกาเล่ (1299 Panigale) รวมถึงดูคาติ สแครมเบลอร์ โปรเจกต์ รีเบลเลี่ยน (Ducati Scrambler Project Rebellion)
อย่างไรก็ตาม ยังมองว่าภาพรวมตลาดรถบิ๊กไบค์ในประเทศไทยปีนี้จะได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าสภาวะเศรษฐกิจในปีนี้จะมีปัจจัยลบมากกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งคาดว่าตลาดรถบิ๊กไบค์ที่มีขนาดเครื่องยนต์ 500 ซีซีขึ้นไป จะมีอัตราเติบโตกว่า 20% จากปีก่อน
สำหรับบริษัทได้ยกระดับ เน้นบริการหลังการขายในระดับพรีเมียม เพื่อตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภค อาทิ ดูคาติ วอรี่ ฟรี โปรแกรม (Ducati Worry Free Program) แคมเปญฟรีค่าบำรุงรักษานาน 2 ปี หรือ 2.5 หมื่นกิโลเมตร ในรุ่น มอนสเตอร์ 821 รวมถึงดูคาติ สแครมเบลอร์ ที่มาพร้อมแคมเปญค่าบำรุงรักษาฟรี 4 ปี หรือ 3 หมื่นกิโลเมตร
“จากแผนการตลาดและการเปิดตัวของบริษัท ส่งผลให้ในปีนี้ยอดขายของเดือน มิ.ย. ทำลายสถิติสูงสุดในประวัติการณ์เติบโตขึ้น 54% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน” อภิชาติ กล่าว
นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมการออกทริปของแต่ละตัวแทนจำหน่ายร่วมกับลูกค้า กิจกรรมใหญ่ซึ่งเป็นการรวมตัวของชาวดูคาทิสต้าทั่วประเทศอย่าง Desmo Ride ที่จัดขึ้นประจำทุก 2 ปี เป็นต้น ส่งผลให้มีการขยายฐานลูกค้าดูคาติอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าต่างจังหวัดที่มีอัตราการขยายตัวเพิ่มอย่างต่อเนื่อง จากเดิมสัดส่วนระหว่างยอดขายในเขตกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดอยู่ที่ 70% ต่อ 30% เป็น 50% ต่อ 59% ในปีนี้
ดังนั้น เพื่อเป็นการรองรับความต้องการของลูกค้าได้ครอบ คลุมทั่วประเทศ รวมถึงการรองรับการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) บริษัทจึงได้เตรียมการขยายผู้แทนจำหน่ายในเขตต่างจังหวัดเพิ่มขึ้น 3 แห่ง ในเขตภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคใต้
อภิชาติ กล่าวว่า อีกหนึ่งส่วนสำคัญคือการขยายการบริการหลังการขาย จากปัจจุบันกรุงเทพฯ มีจำนวน 22 ช่องซ่อม รองรับการให้บริการได้ 1,200 คัน/เดือน และต่างจังหวัดมีจำนวน 21 ช่องซ่อม รองรับการให้บริการได้ 1,000 คัน/เดือน โดยจะเพิ่มในส่วนของต่างจังหวัดเป็น 28 ช่องซ่อม เพื่อรองรับการให้บริการได้มากกว่า 2,400 คัน/เดือน ซึ่งจะทำให้ดูคาติไทยแลนด์มีเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายและศูนย์บริการหลังการขายมากที่สุดในอาเซียน
ทั้งหมดนี้เป็นแผนการที่บริษัทมองว่าการเติบโตด้านยอดจำหน่ายบิ๊กไบค์ในเขตต่างจังหวัดจะเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ช่วยผลักดันให้ตลาดเติบโตขึ้นได้อีกมาก







