
ผลตอบแทนพันธบัตร ระยะกลาง-ยาวลดลง
โดย...สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย
โดย...สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย
ภาวะตลาดตราสารหนี้ (วันที่ 28 ก.ย.- 2 ต.ค. 2558) ปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้ในสัปดาห์นี้ (5 วันทำการ) มีมูลค่ารวม 434,708.58 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 86,941.72 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 12%
ทั้งนี้ เมื่อแยกตามประเภทของตราสารหนี้แล้ว จะพบว่ากว่า 72% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด หรือประมาณ 314,897 ล้านบาท เป็นการซื้อขายในตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (State Agency Bond) ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นตราสารที่มีอายุคงเหลือค่อนข้างน้อย (ไม่เกิน 6 เดือน) ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลที่ออกโดยกระทรวงการคลัง (Government Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 63,769 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่ออกโดยภาคเอกชน (Corporate Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 14,562 ล้านบาท หรือคิดเป็น 15% และ 3% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตามลำดับ
สำหรับพันธบัตรรัฐบาล ที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรกคือรุ่น LB196A (อายุ 3.7 ปี) LB21DA (อายุ 6.2 ปี) และ LB176A (อายุ 1.7 ปี) โดยมีมูลค่าการซื้อขายในแต่ละรุ่นเท่ากับ 14,649 ล้านบาท 14,638 ล้านบาท และ 10,955 ล้านบาท ตามลำดับ
ขณะที่หุ้นกู้ภาคเอกชน ที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ หุ้นกู้ของธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) รุ่น BAY164A (AAA(tha)) มูลค่าการซื้อขาย 742 ล้านบาท หุ้นกู้ของบริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) รุ่น TLT17NA (AAA) มูลค่าการซื้อขาย 611 ล้านบาท และหุ้นกู้ของบริษัท ซีเอฟจี เซอร์วิส รุ่น CFG166A (A-) มูลค่าการซื้อขาย 560 ล้านบาท
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะกลางถึงยาวปรับตัวลดลง 0.02-0.12% โดยเฉพาะอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวช่วงอายุ 15 ปี ปรับตัวลดลงประมาณ 0.12% จาก 3.28% ในสัปดาห์ก่อนหน้าเป็น 3.16% โดยในสัปดาห์ที่ผ่านมากระทรวงพาณิชย์รายงานตัวเลขการส่งออกเดือน ส.ค. 2558 ซึ่งมีมูลค่า 17,669 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงร้อยละ -6.69 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
นอกจากนี้ ยังได้เปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป ประจำเดือน ก.ย. 2558 อยู่ที่ระดับ 106.28 ลดลง 1.07% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นับเป็นการติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 9 ซึ่งเป็นผลจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง และได้สะท้อนถึงสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ด้านปัจจัยต่างประเทศ สหรัฐ เผยการจ้างงานภาคเอกชนเพิ่มขึ้น 2 แสนตำแหน่งในเดือน ก.ย. ตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ส่วนดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเขตชิคาโก หดตัวลงเกินคาด อยู่ที่ระดับ 48.7 ในเดือน ก.ย. จาก 54.4 ในเดือนก่อนหน้า จากการลดลงของการผลิตและคำสั่งซื้อใหม่ สำหรับปัจจัยที่นักลงทุนติดตามได้แก่การประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐที่จะประกาศในคืนวันศุกร์
สัปดาห์ที่ผ่านมา (28 ก.ย.-02 ต.ค. 2558) กระแสเงินลงทุนต่างชาติไหลออกจากตลาดตราสารหนี้ไทยรวมสุทธิ 3,183 ล้านบาท โดยเป็นการซื้อสุทธิในตราสารหนี้ระยะสั้น (อายุคงเหลือไม่เกิน 1 ปี) ประมาณ 403 ล้านบาท และขายสุทธิในตราสารหนี้ระยะยาว (อายุมากกว่า 1 ปี) ประมาณ 3,587 ล้านบาท
หมายเหตุ: อันดับเครดิต หมายถึง อันดับเครดิตของหุ้นกู้เฉพาะรุ่น หรืออันดับเครดิตของผู้ออกหุ้นกู้







