
ดาหน้าซื้อขายเงินพุ่งพรวด30%รับบาทอ่อน
ธปท.เผยธุรกิจเร่งป้องกันความเสี่ยง ดันยอดซื้อขายเงินตราต่างประเทศ ส.ค.พุ่งขึ้น 30%
ธปท.เผยธุรกิจเร่งป้องกันความเสี่ยง ดันยอดซื้อขายเงินตราต่างประเทศ ส.ค.พุ่งขึ้น 30%
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานปริมาณธุรกรรมการซื้อขายเงินตราต่างประเทศของระบบธนาคารพาณิชย์ล่าสุด ณ สิ้นเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา ว่า มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้นค่อนข้างมากถึง 5.8 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.1 ล้านล้านบาท หากคิดอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบันที่ 36.50 บาท/เหรียญสหรัฐ) หรือเพิ่มขึ้น 29.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ธุรกรรมการซื้อขายเฉลี่ยรายวันเพิ่มขึ้น 2,377 ล้านเหรียญสหรัฐ/วัน (ราว 8.7 หมื่นล้านบาท) หรือเพิ่มขึ้น 23.2%
ทั้งนี้ ธุรกรรมที่เพิ่มขึ้นมาก ส่งผลให้ปริมาณการซื้อขายเงินตราต่างประเทศรวมปีนี้เพิ่มขึ้นจาก 1.95 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หรือเฉลี่ยซื้อขายวันละ 1.02 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มเป็น 2.52 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 9.2 ล้านล้านบาท) หรือเฉลี่ยซื้อขายวันละ 1.26 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 4.6 แสนล้านบาท)
อย่างไรก็ดี เมื่อเทียบกับเดือน ก.ค.ก่อนหน้า ธุรกรรมการซื้อขายเงินตราต่างประเทศก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยปริมาณการซื้อขายรวมเพิ่มขึ้น 1.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 5.57 แสนล้านบาท) หรือ 6.4% และมีการซื้อขายเฉลี่ยรายวันเพิ่มขึ้น 1,327 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 4.8 หมื่นล้านบาท) หรือ 11.7% จากเฉลี่ยวันละ 1.13 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 4.1 แสนล้านบาท) เพิ่มเป็น 1.26 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 4.6 แสนล้านบาท)
แหล่งข่าวจากสายตลาดการเงิน ธปท. เปิดเผยว่า การเพิ่มขึ้นดังกล่าวไม่ผิดปกติ และยังไม่มีสัญญาณการเก็งกำไรค่าเงิน เพราะธุรกรรมส่วนใหญ่เป็นการซื้อเพื่อป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน (เฮดจิ้ง)
ขณะเดียวกัน มูลค่าธุรกรรมดังกล่าวยังรวมมูลค่าการซื้อขายกลับไป-มาจากการทำธุรกรรมของผู้ประกอบธุรกิจ ซึ่งในช่วงนี้ ลูกค้าธนาคารต้องบริหารจัดการค่าเงินมากขึ้นตามความผันผวนของตลาดการเงินโลก ความไม่แน่นอนต่างๆ และข่าวในแต่ละช่วงที่มากระทบตลาดที่ส่งผลให้ค่าเงินบาทในช่วง 2-3 เดือนนี้ผันผวนมากขึ้น แต่ยังอยู่ในทิศทางเดียวกับสกุลเงินในภูมิภาค แต่ ธปท.ก็ยังต้องติดตามตลาดเงินอย่างใกล้ชิดต่อไป
ทั้งนี้ ค่าเงินบาทในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ทุบสถิติอ่อนค่าลงครั้งใหม่ในรอบ 8 ปี แตะ 36.62 บาท/เหรียญสหรัฐ และในปี 2558 นี้ อ่อนค่าลงรวมแล้วกว่า 10%







