
กองทุนรวมไม่สะเทือนแม้ดอกเบี้ยฝากขยับ
บลจ.กรุงไทยมองแบงก์ขึ้นดอกเบี้ยฝากยังไม่กระทบ เหตุยังจ่ายต่ำกว่ากองทุน คาดช่วงที่เหลือดอกเบี้ยขึ้นอีก 0.5% ทำอุตสาหกรรมกองทุนรวมโตแค่ 5%
บลจ.กรุงไทยมองแบงก์ขึ้นดอกเบี้ยฝากยังไม่กระทบ เหตุยังจ่ายต่ำกว่ากองทุน คาดช่วงที่เหลือดอกเบี้ยขึ้นอีก 0.5% ทำอุตสาหกรรมกองทุนรวมโตแค่ 5%
นายสมชัย บุญนำศิริ กรรมการผู้จัดการบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงไทย เปิดเผยว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ โดยเฉพาะธนาคารกรุงไทยไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อการเสนอขายกองทุนรวมของบริษัทมากนัก เพราะยังต่ำกว่าผลตอบแทนของกองทุนพันธบัตรเกาหลีและกองทุนตราสารหนี้ในประเทศ
นอกจากนี้ก่อนที่ดอกเบี้ยนโยบายขึ้นอีก 0.25% เมื่อวันที่ 14 ก.ค.ที่ผ่านมา ผลตอบแทนพันธบัตรก็ปรับขึ้นค่อนข้างมาก ส่งผลให้กองทุนที่ลงทุนในตราสารหนี้ที่คุ้มครองเงินต้น ลงทุน 3 เดือนผลตอบแทนขยับขึ้นมาอยู่ที่ 1.2% จาก 3 เดือนที่ผ่านมาอยู่ที่ 0.9% เท่านั้นและไม่ต้องเสียภาษีเหมือนฝากเงิน ขณะที่กองทุนพันธบัตรเกาหลีใต้ลงทุน 11 เดือน ผลตอบแทน2.1% สูงกว่าฝากเงิน 1 ปี อยู่ที่ 1%
อย่างไรก็ตามมองว่าการลงทุนกองทุนพันธบัตรเกาหลีใต้เริ่มมีความน่าสนใจลดลงจากช่วงที่ผ่านมา เพราะผลตอบแทนลดลง จนห่างกับการลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ในประเทศไม่มาก ทำให้นักลงทุนส่วนใหญ่เลือกที่จะลงทุนในประเทศมากกว่า แต่บริษัทก็หาทางออกโดยลงทุนพันธบัตรหลายๆ ประเทศเพื่อเพิ่มผลตอบแทน
“การขึ้นดอกเบี้ยเงินฝากทุกประเภทของแบงก์กรุงไทยในครั้งนี้ 0.25-0.35% เพื่อให้เท่ากับแบงก์ขนาดกลางและเล็กที่ขึ้นไปก่อนหน้านี้ จึงยังไม่กระทบและขึ้นรอบนี้ก็น่าจะขึ้นตามดอกเบี้ยนโยบาย”นายสมชัย กล่าว
อย่างไรก็ตามในครึ่งปีหลังบลจ.กรุงไทยคาดการณ์ว่าดอกเบี้ยนโยบายน่าจะขึ้นอีก 0.5% จากปัจจุบันอยู่ที่ 1.50% และตราบใดที่ธนาคารขนาดใหญ่ยังไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ยรวดเร็ว เพื่อระดมเงินก็ยังไม่กระทบกองทุนรวม แต่ประเมินว่าปีนี้อุตสาหกรรมกองทุนรวมคงโตได้ไม่มากแค่ระดับ 5% จากครึ่งปีแรกโตเพียง 2% เท่านั้น เนื่องจากฐานของปีก่อนเติบโตทั้งปี 17%
นายพัชร สมะลาภา กรรมการผู้จัดการ บลจ.กสิกรไทย เปิดเผยว่า มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (เอ็นเอวี) ของกองทุนตลาดเงินอาจจะลดลงไปบ้าง หากอัตราดอกเบี้ยเงินฝากปรับเพิ่มขึ้นจนถึงระดับที่จูงใจผู้ฝากเงิน
“เชื่อว่านักลงทุนส่วนใหญ่ยังสนใจลงทุนกองทุนตราสารหนี้แบบมีระยะเวลา โดยเฉพาะกองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นพันธบัตรรัฐบาลเกาหลีใต้ อินเดีย รวมทั้งกองทุนรูปแบบใหม่ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่ากองทุนตราสารหนี้ในประเทศที่นอกจากจะให้ผลตอบแทนที่ต่ำกว่าแล้วยังไม่มีสินค้าออกสู่ตลาดมากนัก”นายพัชร กล่าว
นอกจากนี้บลจ.กสิกรไทยจะพยายามทำให้กองทุนตลาดเงินมีความยืดหยุ่นมากขึ้น โดยคาดหวังว่านักลงทุนจะใช้ประโยชน์ด้านอื่นๆ มากกว่าการใช้เป็นแหล่งพักเงิน เพื่อรักษาฐานลูกค้าและเพิ่มเอ็นเอวีของกองทุนตลาดเงิน







