posttoday
ถอยเปิด ‘เหมืองทอง’ รัฐเริ่มนับหนึ่ง-ฝ่ายหนุนแสดงพลัง

ถอยเปิด ‘เหมืองทอง’ รัฐเริ่มนับหนึ่ง-ฝ่ายหนุนแสดงพลัง

02 ตุลาคม 2558

โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐ โพสต์ทูเดย์

โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐ โพสต์ทูเดย์

นโยบายทำเหมืองแร่ทองคำ เป็นนโยบายที่กระทรวงอุตสาหกรรมในยุคที่มี จักรมณฑ์ ผาสุกวนิช เป็น รมว.อุตสาหกรรม เดินหน้าผลักดันอย่างต่อเนื่อง กระทั่งมีการเสนอที่ประชุมคณะกรรมการพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งชาติ (กอช.) เพื่อพัฒนาแร่สำคัญ 5 ชนิด และหนึ่งในนั้น คือ แร่ทองคำ ซึ่ง กอช.ได้มีมติให้กระทรวงอุตสาหกรรมไปจัดทำแผนการพัฒนา 5 แร่ดังกล่าว

แต่พลันที่เปลี่ยนตัว รมว.อุตสาหกรรมเป็น อรรชกา สีบุญเรือง รมว.อุตสาหกรรมคนใหม่ได้สั่งการให้กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) ทบทวนนโยบายเปิดเหมืองทองอีกครั้ง

“ได้สั่งการให้ กพร.รวบรวมข้อมูลอย่างรอบด้าน เช่น ผลกระทบ สิ่งแวดล้อม ประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นแก่รัฐ ความเหมาะสมในการให้อาชญาบัตร โดยต้องดำเนินการให้เสร็จภายใน 1 เดือน หรือภายในกลางเดือน ต.ค.นี้” อรรชกา บอก

นอกจากนี้ อรรชกา ยังย้ำว่า หากจะมีการเปิดเหมืองทองอีกครั้ง จะต้องได้รับความเห็นชอบจากทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายประชาชน ฝ่ายวิชาการ ฝ่ายภาครัฐ และผู้ประกอบการก่อน

สอดคล้องกับแหล่งข่าวในกระทรวงอุตสาหกรรมที่ระบุว่า รัฐบาลกังวลผลกระทบที่จะเกิดจากการทำเหมืองทองคำเหมือนในอดีต จึงสั่งการให้กระทรวงอุตสาหกรรมนำกลับไปทบทวน ส่งผลให้นโยบายเปิดเหมืองทองคำจะมีขึ้นอีกครั้ง ก็หลังจากที่รัฐบาลมีข้อมูลที่เหมาะสม รอบด้านและชัดเจนแล้ว

จึงเท่ากับว่านโยบายการเปิดเหมืองทองกลับมาสู่จุดเดิม คือ ยุติการให้ประทานบัตรและอาชญาบัตรตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ปี 2552 จากที่ก่อนหน้านี้ จักรมณฑ์ ได้อนุมัติอาชญาบัตรสำรวจแร่ทองคำ 10 กว่าใบ และปัจจุบันมีผู้ประกอบการเหมืองทองคำที่ได้ประทานบัตรขุดแร่ 2 บริษัท ได้แก่ บริษัท อัครา รีซอร์สเซส และบริษัท ทุ่งคาฮาร์เบอร์

ชาติ หงส์เทียมจันทร์ รองอธิบดี กพร. กล่าวว่า ภาครัฐทุกฝ่ายทราบดีว่าการเปิดเหมืองทองขึ้นมาอีกครั้งจะส่งผลกระทบกับหลายฝ่าย ทั้งผู้ที่มีส่วนได้และส่วนเสีย ดังนั้นเมื่อยังไม่มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ชัดเจน ก็ไม่ควรเร่งเปิดเหมืองทองคำ เพราะผลที่ประเทศได้รับอาจจะไม่คุ้มค่า

“เมื่อเกิดปัญหาขึ้นเป็นระลอกๆ เราจึงทบทวนทิศทางการพัฒนา 5 แร่อุตสาหกรรม โดยเฉพาะแร่ทองคำ ว่ามีประเด็นอะไรที่ต้องหารือร่วมกับฝ่ายอื่น ประเด็นอะไรที่พอจะเดินหน้าต่อไปได้ก็ทำไปตามความเหมาะสม” ชาติ กล่าว

ชาติ ระบุว่า อยากให้แยกแยะระหว่างนโยบายเหมืองทองคำ และการปรับปรุงแก้ไข พ.ร.บ.แร่ พ.ศ. 2510 ออกจากกัน โดยขณะนี้นโยบายเปิดเหมืองแร่ทองคำได้ชะลอออกไปอย่างไม่มีกำหนด แต่การแก้ไข พ.ร.บ.จำเป็นต้องเดินหน้าต่อไป เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน และปิดช่องการเมืองที่เข้ามาหาผลประโยชน์จากอุตสาหกรรมเหมืองแร่

อย่างไรก็ตาม ทันทีที่รัฐบาลสั่งทบทวนนโยบายเปิดเหมืองทองคำ ล่าสุด วันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา เครือข่ายประชาชนและชุมชนคนรอบเหมืองทองคำชาตรี (ปชท.) ได้ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อชี้แจงว่าชาวบ้านที่ไม่ได้รับผลกระทบจากเหมืองทองคำ หรือเท่ากับว่าหนุนการเปิดเหมืองทองคำนั่นเอง

ในขณะที่ ชนัญชิดา ฉากกลาง ตัวแทนจากชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการทำเหมืองแร่ทองคำใน อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร กล่าวว่า ประชาชนในพื้นที่ไม่อยากให้มีการประชาพิจารณ์การเปิดเหมืองทองคำ แต่อยากให้มีการยกเลิกนโยบายทองคำทั้งหมด เพราะประชาชนในพื้นที่ต่างได้รับผลกระทบอย่างหนัก และไม่ใช่แค่ใน 12 จังหวัด แต่จะกระจายต่อเนื่องกว่า 30 จังหวัด

“เราขอแค่ชีวิตที่ปกติเหมือนคนอื่น เหมือนชาวบ้านที่อื่น วันนี้นอกจากงานทางวิชาการแล้ว ก็อยากให้มองในภาพกว้าง มองความเป็นจริงว่าวิถีชีวิตที่เราเคยมีมันเปลี่ยนไป ความหวังเราก็อยู่ที่นายกรัฐมนตรีว่าจะสามารถคืนความสุขให้ประชาชนได้อย่างแท้จริง” ชนัญชิดา กล่าว

นโยบายเปิดเหมืองทองคำ จึงเป็นอีกหนึ่งนโยบายที่ยังเดินไปท่ามกลางข้อขัดแย้งต่อเนื่องไปอีกหลายปี และเชื่อว่าไม่น่าจะเกิดได้ในรัฐบาลชุดนี้แน่นอน

ข่าวล่าสุด

รักชนกชี้ปมเงินบริจาคสุชาดา ไม่ควรนำไปสู่การยุบภูมิใจไทย

รักชนกชี้ปมเงินบริจาคสุชาดา ไม่ควรนำไปสู่การยุบภูมิใจไทย