
ฝ่าวิกฤต มองโอกาส สไตล์ ‘อนันต์ อัศวโภคิน’
โดย...วราพงษ์ ป่านแก้ว
โดย...วราพงษ์ ป่านแก้ว
ผ่านร้อนผ่านหนาวเผชิญกับภาวะวิกฤตเศรษฐกิจมาแล้วหลายรอบ ทำให้ “อนันต์ อัศวโภคิน” ประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ มีบทเรียนมากพอที่จะบอกได้ว่า ปัญหาเศรษฐกิจรอบนี้ไม่ได้หนักหนาเหมือนปี 2540 และทุกๆ ปัญหาสามารถแก้ไขได้ ถ้าไม่ยอมแพ้ และตั้งใจจริง
อนันต์ ยกตัวอย่างวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ในปี 2540 แลนด์แอนด์ เฮ้าส์ มีหนี้ 4-5 หมื่นล้านบาท จากที่กู้เงินต่างประเทศมา 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ยอดขายลดลงมากเหลือแค่พันล้านบาท เป็นใครก็คงต้องโยนผ้ายอมแพ้ แต่อนันต์ไม่ยอม และมุ่งมั่นที่จะแก้ปัญหาให้จบ โดยเชื่อว่า ถ้าเรามุ่งมั่นตั้งใจจะแก้ปัญหา สักวันก็ต้องแก้ได้ และทำให้คนรอบข้างและเจ้าหนี้มีความมั่นใจในตัวเรา สุดท้ายก็สามารถแก้ปัญหาไปได้ โดยส่วนหนึ่งต้องเอาเงินฝากส่วนตัวใส่ไปในบริษัท ต้องเอาทรัพย์สินที่มีไปจำนอง หนี้ส่วนตัวที่ใช้ไปกับการแก้ปัญหาบริษัทเพิ่งชำระหมดได้ไม่นานนี้เอง
นั่นคือเศษเสี้ยวหนึ่งที่อนันต์ยกตัวอย่างการรอดพ้นจากวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 แต่สำหรับปัญหาเศรษฐกิจรอบนี้มีข้อแตกต่างกัน วิกฤตเศรษฐกิจในปี 2540 มีปัญหาจากภาคธุรกิจที่อยู่ด้านบนขาดสภาพคล่องกระทบไปยังคนที่อยู่ด้านล่าง แต่ปัญหาเศรษฐกิจครั้งล่าสุดนี้ เป็นปัญหามาจากผู้บริโภคด้านล่างกระทบมาถึงธุรกิจด้านบน ขณะนี้สภาพคล่องในระบบยังล้น แต่ปัญหาไปอยู่ที่ผู้มีรายได้น้อย ซึ่งต้องใช้เวลาหลังจากที่รัฐบาลใช้มาตรการอัดฉีดเงินเข้าไป ตอนนี้ต้องแก้ปัญหาไม่ให้คนป่วยป่วยไปมากกว่านี้ โดยเชื่อว่าเศรษฐกิจจะค่อยๆ ฟื้นตัวขึ้น ซึ่งต้องใช้เวลา
อนันต์ ยังให้ข้อคิดอีกว่า ทุกๆ วิกฤตจะมีโอกาสอยู่ ทุกครั้งที่มีปัญหา แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จะมีธุรกิจเพิ่มขึ้น อย่างเช่นตอนวิกฤตน้ำมันช่วงซัดดัม ฮุสเซน ก็เกิดบริษัท ควอลิตี้ เฮ้าส์ ขึ้นมาทำเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์แบรนด์ เซ็นเตอร์ พอยท์ หลังวิกฤตปี 2540 มีโฮมโปร มีแบงก์แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ซึ่งแต่ละบริษัทก็มีผลการดำเนินงานที่ดีจนถึงปัจจุบัน หากจะมองช่วงนี้เป็นช่วงที่น่าลงทุนมากที่สุด เพราะต้นทุนถูกมาก ทั้งค่าก่อสร้าง ค่าเครื่องจักร มีต้นทุนที่ถูกลง
สำหรับธุรกิจที่มีแนวโน้มที่ดี อนันต์ มองว่า ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุมีแนวโน้มที่ดี เพราะปริมาณผู้สูงอายุจะเพิ่มมากขึ้น ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและการรักษาร่างกาย การลดความอ้วน เป็นอีกธุรกิจที่มีแนวโน้มที่ดี เพราะผู้บริโภคหันมาใส่ใจสุขภาพและเรื่องอาหารการกินที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น นอกจากนี้ศูนย์การค้าเป็นธุรกิจที่ยังน่าสนใจ เพราะยังมีช่องว่างให้เข้าไปลงทุนอยู่อีกมากและเป็นธุรกิจที่มีกำไรมาก แต่ยอมรับว่ามีการแข่งขันที่สูงมากจากรายใหญ่ในตลาด
ส่วนธุรกิจที่สนใจอยากจะทำอีกอย่างคือ ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยง เป็นเพ็ทช็อปขนาดใหญ่ จำหน่ายทั้งอุปกรณ์ต่างๆ ครบวงจร ทั้งอาหารสัตว์ บริการอาบน้ำ ตกแต่งขน และเป็นร้านอาหารที่ให้บริการกับคนรักเลี้ยงสัตว์ได้มาเจอกัน เพราะมีคนเลี้ยงสัตว์อยู่มาก ทุกหมู่บ้านมีคนเลี้ยงสัตว์อยู่หลายประเภท แต่ร้านประเภทเพ็ทช็อปเป็นร้านเล็กๆ มีอยู่กระจัดกระจาย ถ้าทำเป็นร้านขนาดใหญ่รวมทุกอย่างไว้ที่เดียวกัน แนวคิดเดียวกับโฮมโปรที่รวมเอาสินค้าที่เกี่ยวข้องกับบ้านทั้งหมดมารวมไว้ที่เดียวกันก็เป็นธุรกิจที่น่าสนใจ
เช่นเดียวกับคลินิกสำหรับเด็ก ถ้าสามารถเอาหมอเด็กดีๆ มารวมไว้ที่เดียวกันก็น่าสนใจ เพราะพ่อแม่เด็กไม่ค่อยอยากพาเด็กไปหาหมอที่โรงพยาบาล เพราะกลัวเด็กจะติดเชื้อซึ่งเป็นกันมาก โดยเราเป็นผู้ลงทุนสร้างอาคารแล้วย้ายหมอจากคลินิกห้องแถวมาไว้ที่เดียวกัน มีบริการ มีร้านขายยา มีรถ ที่จอดรถ ก็เป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่น่าสนใจเช่นกัน
ทั้งนี้ การจะลงทุนกับธุรกิจใดธุรกิจหนึ่ง อนันต์ แนะนำว่า จะต้องศึกษาธุรกิจนั้นให้รู้จริง รู้อย่างถ่องแท้ และตั้งใจทำให้ดี ธุรกิจนั้นก็จะไปได้ดี และให้ข้อคิดว่า หากมีธุรกิจที่ทำอยู่แล้ว และยังมีส่วนแบ่งตลาดไม่มากพอ ไม่ควรจะกระจายการลงทุนไปธุรกิจอื่น เพราะจะไม่มีเวลามาโฟกัสธุรกิจที่มีอยู่ สุดท้ายก็จะไปไม่รอด ควรจะทำธุรกิจหลักให้แข็งแกร่งก่อน อย่างน้อยควรจะมีส่วนแบ่งตลาดหรือมาร์เก็ตแชร์ 40% ขึ้นไป จึงค่อยคิดจะกระจายการลงทุนไปธุรกิจอื่น
ส่วนธุรกิจที่เห็นว่าไม่น่าจะเข้าไปลงทุน ธุรกิจแรกคือ ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง เนื่องจากเป็นธุรกิจที่ต้องพึ่งพาการลงทุนในโครงการภาครัฐในการเติบโต ต้องมีการเจรจาต่อรอง และใช้เส้นสายในการประมูลงานกับหน่วยงานราชการ ซึ่งในปัจจุบันการปราบปรามและต่อต้านการคอร์รัปชั่นเข้มงวด ขณะที่งานในภาคเอกชนนั้นมีจำกัด ทำให้เกิดการแข่งขันสูง ที่สำคัญคือ มักจะมีปัญหาในการเก็บเงินค่าก่อสร้างจากผู้ว่าจ้าง ส่วนอีกธุรกิจคือ ร้านอาหาร เพราะเป็นธุรกิจที่แข่งขันสูง การขยายธุรกิจมักจะมีข้อจำกัด เพราะต้องขึ้นอยู่กับเชฟ ซึ่งส่วนตัวเคยมีธุรกิจร้านอาหารมียอดขายปีละ 30-40 ล้านบาท แต่กำไรได้ปีละ 1 ล้านบาท สุดท้ายก็เลยเลิกไป
สำหรับธุรกิจของแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ และในเครือจะยังเน้นการพัฒนาที่อยู่อาศัย ถึงแม้จะไม่ได้มียอดขายเป็นอันดับหนึ่ง แต่ถ้าลูกค้ายังพึงพอใจกับบริษัทก็ถือว่าน่าพอใจ ในขณะนี้ได้ให้ความสำคัญไปที่การบริการหลังการขายเพื่อให้ลูกค้าพึงพอใจ โดยได้เพิ่มพนักงานในส่วนของบริการหลังการขายมากกว่าพนักงานขาย 1 เท่าตัว นอกจากนี้ยังขยายการลงทุนไปในต่างประเทศ โดยก่อนหน้านี้ได้ไปซื้ออาคารไว้ที่สหรัฐ จะขยายการลงทุนจาก 5,000 ล้านบาท เป็น 1 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้จะขยายศูนย์การค้าเพิ่มขึ้น กำลังก่อสร้างอยู่ 3 ศูนย์การค้า ขณะที่ผลประกอบการหากได้เท่ากับปีที่แล้วก็ถือว่าน่าพอใจ
ทั้งหมดคือมุมมองและแนวคิดที่ตกผลึกจากประสบการณ์ที่เคี่ยวเข้มของ อนันต์ อัศวโภคิน







