
รู้เท่าทันขยะ
โดย...วิฑูรย์ สิมะโชคดี
โดย...วิฑูรย์ สิมะโชคดี
ว่าไปแล้วเรามีผลการศึกษาหรือข้อเสนอแนะดีๆ มากมาย จากรายงานการศึกษาวิจัยของนักวิชาการ อาจารย์มหาวิทยาลัย และสถาบันต่างๆ ทั้งภาครัฐ ราชการ และภาคเอกชน ที่เราสามารถนำไปพิจารณาเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติการหรือต่อยอดได้ โดยไม่ต้องเสียเวลาและเสียค่าใช้จ่ายทำการศึกษาวิจัยใหม่
ผมขออนุญาตนำเอกสารเรื่อง “ยุทธศาสตร์ชาติ พุทธศักราช 2559-2563” ของนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 57 เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ “การแก้ปัญหาขยะล้นเมือง” ภายใต้โครงการ“รู้เท่าทันขยะ แก้วิกฤตชาติ” มาเล่าสู่กันฟัง เนื่องจากเห็นว่าเป็นประโยชน์อย่างมาก
ปัจจุบันประเทศไทยประสบปัญหาขยะล้นเมือง คนไทยมีอัตราการสร้างขยะสูงประมาณ 1.2 กิโลกรัม/คน/วัน (ในขณะที่ประเทศญี่ปุ่นมีอัตรา 0.4 กิโลกรัม/คน/วัน) ซึ่งปัจจุบันมีขยะตกค้างถึง 17 ล้านตัน และเพิ่มขึ้น 8% ทุกปี เนื่องจากการกำจัดขยะเพิ่มขึ้นแค่ 2% ไม่สมดุลกับปริมาณขยะที่สร้างขึ้น
โครงการ “รู้เท่าทันขยะ แก้วิกฤตชาติ” ได้กำหนดแนวทางในการแก้ปัญหา 2 แนวทาง แนวทางแรกเป็นระยะเร่งด่วนที่ทำทันทีในการแก้ปัญหาขยะตกค้าง 17 ล้านตัน ส่วนแนวทางที่ 2 เป็นการลดปริมาณขยะใหม่ที่จะเข้าสู่ระบบในแต่ละวัน ซึ่งจะลดขยะ 17 ล้านตัน ให้เหลือเพียงครึ่งเดียว หรือ 8.5 ล้านตัน โดยการสร้างจิตสำนึกให้ตระหนักว่าการจัดการขยะเป็นหน้าที่ของทุกคน รวมทั้งเร่งระดมความร่วมมือของทุกภาคส่วนในทุกรูปแบบ เพื่อแก้ไขปัญหาขยะในทุกพื้นที่ โดยเน้นการคัดแยกขยะที่ต้นทาง เพราะเป็นหัวใจที่สำคัญ
โครงการระยะสั้น (1-2 ปี) ซึ่งสามารถเริ่มได้ทันทีจะเน้นที่การจัดการขยะตกค้าง และระยะต่อเนื่องจะมุ่งเน้นที่การลดปริมาณขยะเกิดใหม่อย่างยั่งยืน โดยการปลุกจิตสำนึกของประชาชนในทุกวัยและอาชีพ สร้างการรับรู้ของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคเอกชนให้ตระหนักถึงปัญหา เพื่อความร่วมมือและการมีส่วนร่วม ซึ่งจะต้องมีการประชุมประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง ตลอดจนการสร้างระเบียบและกลไกต่างๆ ในการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการขยะชุมชน
การกำจัดขยะตกค้างนั้น กฎหมายได้กำหนดให้ท้องถิ่น เทศบาล และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้ดำเนินการในการบริหารจัดการขยะ แต่สาเหตุขยะตกค้างมาจากความสามารถในการจัดการขยะของแต่ละองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ไม่เท่ากัน และขาดความร่วมมือระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีพื้นที่ต่อเนื่องกัน
ผลการศึกษาได้เสนอแนะให้กองทัพบกมอบหมายหน่วยทหารร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีปัญหาขยะตกค้างทำการสำรวจปริมาณขยะตกค้างอย่างละเอียด โดยกองทัพบกเป็นเจ้าภาพหลักและมีหน่วยงานสนับสนุนคือ จังหวัด เทศบาล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยใช้งบประมาณจากงบปกติของจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
เมื่อได้พื้นที่เป้าหมายแล้วให้หน่วยทหารในพื้นที่คัดแยกขยะและกำจัดในบริเวณที่ขยะสะสมมีปริมาณมากพอและกรณีที่ขยะตกค้างอยู่ห่างไกลจากหน่วยทหารก็ควรจะส่งเครื่องจักรอุปกรณ์ไปดำเนินการในพื้นที่ เช่น Mechanical Biological Treatment (MBT) Mobile Unit จากการสนับสนุนของกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือเตาเผาขยะชุมชนแบบเคลื่อนที่ เป็นต้น โดยผลพลอยได้จากการคัดแยกขยะให้แบ่งรายได้เป็นของหน่วยทหารและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่นั้นๆ
เรื่องนี้เฉกเช่นเดียวกับสมัยที่น้ำท่วมกรุงเทพฯ และปริมณฑล (เมื่อสองสามปีก่อน) ซึ่งกองทัพไทยให้ความช่วยเหลือและให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่แก่หน่วยงานในทุกพื้นที่ที่น้ำท่วมจนสามารถแก้ปัญหาน้ำท่วมได้อย่างรวดเร็วครับผม!







