
ธุรกิจสิงคโปร์กังวลความเสี่ยง
ยังเชื่อมั่นธุรกิจแต่กลัวล้มละลาย ขาดแรงงาน-เงื่อนไขศก.เปลี่ยน
ยังเชื่อมั่นธุรกิจแต่กลัวล้มละลาย ขาดแรงงาน-เงื่อนไขศก.เปลี่ยน
ผู้ประกอบการรายย่อยยังมีความเชื่อมั่นทางธุรกิจ แต่กังวลสภาพความเสี่ยงล้มละลาย
อเมริกัน เอ็กซ์เพรส เปิดเผยดัชนีชี้วัดความเชื่อมั่นของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ซึ่งสำรวจความเห็นของประธานเจ้าหน้าที่การเงิน (ซีเอฟโอ) กว่า 151 แห่ง พบว่า ราว 83% ยังมองว่าธุรกิจยังมีศักยภาพในการแข่งขัน อย่างไรก็ตามกว่า 67% ยอมรับว่ามีความเสี่ยงสูงของการล้มละลายในอีก 3-5 ปีข้างหน้า
ซีเอฟโอส่วนใหญ่แสดงความกังวลต่อประเด็นความขาดแคลนแรงงานและกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดของรัฐบาล รวมถึงสภาพเงื่อนไขทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไปอีกด้วย
“มีธุรกิจเอสเอ็มอีที่เราทำงานด้วยกำลังมองหาเครื่องมือ ข้อมูล และความเข้าใจเพื่อประกอบการวางกลยุทธ์ และการตัดสินใจเพื่อบริหารความเสี่ยงสำหรับการสร้างความพร้อมในอนาคต” ไนเจล
ฟ็อกซ์ รองประธานและผู้จัดการใหญ่ของอเมริกัน เอ็กซ์เพรส กล่าวพร้อมเสริมว่า กุญแจทางรอดของธุรกิจสิงคโปร์คือนวัตกรรม
นอกจากนี้ ซีเอฟโอกว่า 65% ยังระบุด้วยว่าให้ความสนใจกับการเตรียมธุรกิจเข้าสู่อนาคต อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่ยอมรับว่าขาดแคลนทรัพยากร อีกทั้งยังมีโครงสร้างองค์กรที่ล้าสมัย ซึ่งถือเป็นปัจจัยที่ฉุดศักยภาพในการคิดค้นนวัตกรรม
เช่นเดียวกับผู้ตอบแบบสอบถามกว่าครึ่งยอมรับว่า ขาดแคลนแรงงานและเวลาสำหรับการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ โดยกว่า 39% ระบุว่า มีทุนไม่เพียงพอสำหรับการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ
ในวันเดียวกัน ผู้ประกอบการธุรกิจกว่า 50 แห่งในสิงคโปร์ได้เข้าร่วมงานของสหพันธ์ความก้าวหน้าแรงงาน (วาฟ) เพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรบุคคลและการบริหารความสามารถบุคคลสำหรับธุรกิจเอสเอ็มอี
ชานชงแปง อดีตประธานสมาคมธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) กล่าวว่า หนึ่งในจุดอ่อนของธุรกิจสิงคโปร์คือการขาดแคลนแรงงาน จึงจำเป็นต้องมีการกระตุ้นให้ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จถ่ายทอดประสบการณ์เพื่อเปลี่ยนแนวคิดของเจ้าของธุรกิจรายอื่น
ทั้งนี้ เอสเอ็มอีถือเป็นภาคส่วนหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของสิงคโปร์ แต่ในปัจจุบันธุรกิจเหล่านี้กำลังเผชิญกับสภาพขาดแคลนแรงงานและอัตราค่าเช่าที่ดินสูง







