posttoday
ผู้บริหารSCCสบโอกาสซื้อหุ้นราคาต่ำ

ผู้บริหารSCCสบโอกาสซื้อหุ้นราคาต่ำ

30 กันยายน 2558

หุ้นลงเป็นจังหวะของผู้บริหาร SCC เก็บต่อเนื่อง PTTGC ซื้อหุ้นคืน EMC ปรับแผนเพิ่มทุน

หุ้นลงเป็นจังหวะของผู้บริหาร SCC เก็บต่อเนื่อง PTTGC ซื้อหุ้นคืน EMC ปรับแผนเพิ่มทุน

หุ้นที่ร่วงแรงช่วงนี้เป็นโอกาสในการซื้อหุ้นของผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน (บจ.) โดยเฉพาะบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) นายเชาวลิต เอกบุตร ซื้อจำนวน 1 หมื่นหุ้นในราคาหุ้นละ 460 บาท เมื่อวันที่ 24 ก.ย. นายปรีชา อรรถวิภัชน์ ซื้อ2 ล็อต ล็อตละ 2,000 หุ้น ราคาหุ้นละ 462 บาท และ 458 บาทตามลำดับ และนายยศ เอื้อชูเกียรติ ซื้อ 4 หมื่นหุ้น ราคาเฉลี่ย 471.95 บาท เมื่อวันที่ 25 ก.ย. 2558 ล่าสุดราคาหุ้น SCC กระเตื้องขึ้นปิดที่ 460 บาท บวก 4 บาท

นอกจากนั้น ยังพบว่าผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนยังมีการขายใบสำคัญแสดงสิทธิซื้อหุ้น (วอร์แรนต์) เพื่อสลับไปถือหุ้นสามัญแทน เพื่อต้องการเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้น

สำหรับหุ้นบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) ที่ราคาปรับตัวลงต่อเนื่อง ล่าสุดปิดต่ำสุดที่ 65.25 บาท ลดลงจากวันก่อน 1.50 บาท คิดเป็น 2.74% เมื่อวันที่ 29 ก.ย. 2558 นั้น บริษัทได้ซื้อหุ้นคืนจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจำนวน 3 แสนหุ้น ราคา 53.25-53.75 บาท มูลค่า 16.05 ล้านบาท และถึงปัจจุบันบริษัทซื้อหุ้นแล้วจำนวน 1.6 ล้านหุ้น คิดเป็น 0.04% มูลค่ารวมทั้งสิ้น 88.63 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน คณะกรรมการบริษัท อีเอ็มซี (EMC) มีมติอนุมัติเปลี่ยนแปลงการเพิ่มทุนจดทะเบียน ซึ่งที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นได้อนุมัติให้ขายหุ้นให้แก่นักลงทุนเฉพาะเจาะจง (พีพี) จำนวน 550 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 0.85 บาท แต่ราคาในตลาดปรับตัวลงจึงทำให้นักลงทุน กลุ่มนี้ไม่สนใจที่จะลงทุน บริษัทไม่สามารถระดมทุนได้ตามวัตถุประสงค์ แต่บริษัทยังมีความจำเป็นต้องการเงินทุนเพื่อใช้ในการขยายกิจการ และเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน

ดังนั้นคณะกรรมการจึงอนุมัติให้เพิ่มทุนจดทะเบียน 5,669,646,689 หุ้น เป็น 12,492,179,374 หุ้น โดย ออกหุ้นใหม่จำนวน 6,822,532,685 หุ้น แบ่งเสนอขายให้ผู้ถือหุ้นเดิมจำนวน 4,215,021,790 หุ้น สัดส่วน 1 ต่อ 1 ในราคาหุ้นละ 0.25 บาท และออกใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น จำนวน 2,107,510,895 หน่วย อายุ 2 ปี แจกให้ผู้จองซื้อหุ้นเพิ่มทุนสัดส่วน 2 ต่อ 1 กำหนดราคาแปลงสภาพ 0.25 บาท สัดส่วน 1 ต่อ 1  ทั้งนี้ ราคาหุ้นปิดที่ระดับ 0.45 บาท

โบรกเกอร์ ระบุว่า ในช่วงนี้ตลาดหุ้นไทยยังคงมีโอกาสปรับตัวลงต่อเนื่องเช่นเดียวกับต่างประเทศ เพราะความกังวลเรื่องการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก รวมถึงเศรษฐกิจในประเทศ และการปรับเพิ่มขึ้นของดอกเบี้ยสหรัฐ จึงยังไม่แนะนำให้นักลงทุนช้อนหุ้น แม้ว่าราคาหุ้นหลายตัวปรับตัวลงมาอยู่ในระดับที่น่าสนใจก็ตาม โดยเฉพาะกลุ่มธนาคารพาณิชย์ และพลังงาน

“แบงก์ใหญ่ราคาต่ำมาก แต่ยังมีความเสี่ยงเรื่องหนี้เสียและภาระการตั้งสำรอง ที่คาดการณ์ยากว่าจะกระทบต่อกำไรไตรมาส 3 เท่าไร ส่วนพลังงานราคาน้ำมัน ยังคงอ่อนตัวลงตามตัวเลขเศรษฐกิจของผู้ซื้อรายใหญ่อย่างจีน และบริษัทในกลุ้ม ปตท.ยังอาจจะมีผลขาดทุนจากสต๊อกด้วย” แหล่งข่าวระบุ

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน หากต้องการเก็งกำไรให้เน้นตัวขนาดกลาง ไม่ควรเข้าตัวใหญ่ เพราะนักลงทุนต่างชาติยังทิ้งไม่หยุด

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค