
พลิกล็อก
โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์
โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์
ระยะนื้ถือเป็นวิกฤตย่อมๆ ของมาเลเซีย
นอกจากจะเผชิญปัญหาความไม่มั่นคงทางการเมือง เกิดการประท้วงของคนสองกลุ่ม รัฐบาลแสดงท่าทีสนับสนุนผู้ชุมนุมกลุ่มหนึ่ง มาเลเซียยังเผชิญปัญหาสิ่งแวดล้อมจากหมอกควันที่ลอยมาจากอินโดนีเซีย ซ้ำร้ายยังเผชิญปัญหาเศรษฐกิจจากวิกฤต “ริงกิตอ่อน”
แน่นอนว่าปัญหาทั้งหมดย่อมกลับมากระทบภาพรวมเศรษฐกิจมาเลเซียอีกระลอก
แต่ไปๆ มาๆ เอาเข้าจริงๆ ประชาชนมาเลเซียกลับแข็งแกร่งทานทนปัญหาต่างๆ ใช่ย่อย ยังคงใช้จ่ายเงินโดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวไปตามวิถีเดิม
โรฮิซาม ยูซอฟ รองประธานสมาคมทัวร์และตัวแทนการท่องเที่ยวมาเลเซีย ให้สัมภาษณ์กัวลาลัมเปอร์โพสต์ของมาเลเซียว่า แม้จะเกิดภาวะริงกิตอ่อนและปัญหาหมอกควัน แต่ชาวมาเลเซียยังคงใช้เวลาช่วงวันหยุดพักผ่อนไปกับการท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ
เรื่องดังกล่าว ทำให้รองประธานสมาคมทัวร์และตัวแทนการท่องเที่ยวของมาเลเซียตกใจใช่เล่น เพราะตัวเขาเองก็คิดว่าเมื่อเกิด 2 ปัญหาดังกล่าวขึ้น ตัวเลขนักท่องเที่ยวน่าจะตกลง แต่ปรากฏว่ายังประมาณเดิม
เขาอ้างถึงตัวเลขผู้เข้าเยี่ยมชมงานมหกรรมด้านการท่องเที่ยวที่จัดขึ้นในช่วงเดือนนี้ว่า ยังคงสูงถึง 9.16 หมื่นคน
ตัวเลขดังกล่าวสอดคล้องกับการเติบโตของจำนวนนักท่องเที่ยวมาเลเซียในไทยครับ ข้อมูลล่าสุดของกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า จำนวนนักท่องเที่ยวมาเลเซียมาไทยในเดือน ก.ค. 2558 อยู่ที่ 2.84 แสนคน เติบโตจากเดือน ก.ค. 2557 ถึง 30%
หากดูจากปริมาณนักท่องเที่ยวในปี 2557 มาเลเซียเป็นชาติที่เดินทางมาไทย 2.61 ล้านคน มากเป็นอันดับ 2 รองจากจีนเพียงประเทศเดียวนั้น หากเดือนที่เหลือจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาไทยเท่ากับเมื่อเดือน ก.ค. จำนวนนักท่องเที่ยวมาเลเซียก็จะยังเติบโตได้ต่อไป
ที่ผ่านมา เวลาเราเผชิญปัญหา เศรษฐกิจประเทศไหนแย่ วิธีแก้มักจะเป็นการหาตลาดใหม่ทดแทนทันที แล้วปล่อยตลาดเดิมไปแบบไม่กระตุ้นอะไรเป็นพิเศษ แต่เหตุการณ์ครั้งนี้น่าจะสะท้อนภาพชัดเจนครับว่า เราไม่ควรทำแบบนั้นกับนักท่องเที่ยวมาเลเซีย
เมื่อตลาดนี้ยังคงมีแรง มีความสามารถ “พลิกล็อก” โชว์กำลังการใช้จ่าย การทุ่มสรรพกำลังเพื่อดึงดูดตลาดนี้จึงไม่น่าจะเป็นเรื่องเสียเปล่า
ใครไม่ลุยตลาดมาเลเซียก็ปล่อยเขาไปครับ แต่ท่องเที่ยวยังไปได้ก็ต้อง “ลุยเลย”







