
ฝนตกทุกวัน... แต่กำลังเจอวิกฤตภัยแล้ง
ท่ามกลางการเตือนวิกฤตภัยแล้ง ขณะเดียวกันช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาฝนตกเกือบทุกวัน โดยเฉพาะก่อนหน้านี้ทั้ง กทม.และหลายจังหวัดเจอพายุ “หว่ามก๋อ” เข้าไปเต็มๆ ทำให้หลายพื้นที่มีน้ำท่วม ทั้งภาคใต้ ภาคตะวันออก และภาคเหนือตอนล่าง ต้องเร่งระบายน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาจนต้องมีการประกาศเตือนประชาชนที่อาศัยริมแม่น้ำให้ระวังตลิ่งพัง
ท่ามกลางการเตือนวิกฤตภัยแล้ง ขณะเดียวกันช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาฝนตกเกือบทุกวัน โดยเฉพาะก่อนหน้านี้ทั้ง กทม.และหลายจังหวัดเจอพายุ “หว่ามก๋อ” เข้าไปเต็มๆ ทำให้หลายพื้นที่มีน้ำท่วม ทั้งภาคใต้ ภาคตะวันออก และภาคเหนือตอนล่าง ต้องเร่งระบายน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาจนต้องมีการประกาศเตือนประชาชนที่อาศัยริมแม่น้ำให้ระวังตลิ่งพัง
ขณะเดียวกัน สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เปิดเผยว่า ปริมาณน้ำเข้าเขื่อนพอเพียงแค่ทำนาปี และระดับน้ำในเขื่อนต่างๆ อยู่ในระดับที่ต่ำมาก โดยขอความร่วมมือไม่ให้มีการทำนาปรังถึงขั้นว่าปีนี้จะเป็นภัยแล้งมากที่สุดในรอบ 30 ปี
ที่กล่าวข้างต้นแสดงให้เห็นว่าข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำค่อนข้างสับสน วันหนึ่งมีข่าวน้ำท่วมและการเตือนภัยให้ระวังน้ำล้นตลิ่ง แต่พอมาอีกวันหนึ่งมีข้อมูลระบุว่าปีนี้แล้งแน่ๆ ถึงขั้นขอให้ประชาชนประหยัดน้ำและงดทำเกษตรนอกฤดูกาล หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดูแลน้ำทั้งระบบควรออกมาให้ข้อมูลให้ชัดเจนว่าพื้นที่ใดของประเทศจะประสบปัญหาภัยแล้ง เพราะข้อมูลแบบแยกส่วนทำให้ประชาชนสับสน
อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลของสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำฯ ออกมาระบุว่า สถานการณ์น้ำปีนี้น่าเป็นห่วง โดยเฉพาะปริมาณน้ำใน 4 เขื่อนหลักของลุ่มน้ำเจ้าพระยา อยู่ในระดับที่ต่ำสุดพอเพียงเฉพาะการอุปโภคและบริโภคเท่านั้น และอาจวิกฤตถึงขั้นมีปริมาณน้ำไม่พอที่จะดันน้ำเค็ม ซึ่งจะกระทบต่อพื้นที่ไร่นาและสวน
จากข้อมูลดังกล่าวระบุว่า ปริมาณน้ำในช่วงปลายปีอาจวิกฤตกระทบต่อการทำน้ำประปา เฉพาะปริมาณน้ำประปาเพื่อใช้ใน กทม.เข้าไปถึงครึ่งหนึ่งของปริมาณน้ำที่เขื่อนจะมีขีดความสามารถในการให้บริการ
ประเทศไทยกำลังเผชิญทั้งสถานการณ์น้ำท่วมและแล้งในเวลาเดียวกัน ซึ่งสถานการณ์ที่กำลังจะเผชิญเข้าสู่วิกฤตภัยแล้งในช่วงหลังฝนจะต้องแจ้งให้ประชาชนเข้าใจ อีกทั้งสถานการณ์ภัยแล้งอาจลามไปถึงปีหน้าจะเป็นปัญหาใหญ่ซ้ำเติมเศรษฐกิจและรายได้เกษตรกร ซึ่งปัจจุบันก็อยู่ในช่วงที่ยากลำบากอยู่แล้วให้ทุกข์เข็ญมากขึ้น
ประเมินกันว่า รายได้ของเกษตรกรชาวนาปีนี้อาจหายไป 6.3 หมื่นล้านบาท รัฐบาลคงต้องเร่งทำยุทธศาสตร์เร่งรัดการเบิกจ่ายเงินจากงบกระตุ้นเศรษฐกิจระดับตำบลให้เร็วกว่ากำหนดที่ตั้งไว้
ปัญหาน้ำมาก น้ำน้อยและภัยแล้งเป็นปัญหาของประเทศ จังหวัดเดียวกันหน้าฝนพอน้ำมากก็ประกาศเป็นเขตภัยพิบัติเพื่อเบิกงบป้องกันน้ำท่วม พอหลังฝนกลายเป็นพื้นที่แห้งแล้งก็ประกาศเขตภัยพิบัติอีกรอบเพื่อเบิกงบเงินช่วยเหลือ “ปัญหาน้ำมากและภัยแล้งหมุนเวียนซ้ำซาก เปิดโอกาสให้เบิกงบประมาณกันสนุกสนาน เกษตรกรถึงยากจน”
อยากให้รัฐบาลให้ความสำคัญในการทุ่มการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานน้ำทั้งระบบ เช่น โครงการผันน้ำ อ่างเก็บน้ำ ทำแก้มลิง ควรลงทุนให้เต็มที่ ปัญหาเกษตรของไทยแก้เรื่องน้ำได้เรื่องเดียวก็จบ ส่วนเรื่องโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมขนส่งโดยเฉพาะรถไฟวิ่งเร็วๆ เลือกเฉพาะโครงการที่เหมาะสมกับเศรษฐกิจ ไม่ต้องทุ่มไปหมดหน้าตัก...นะครับ
(สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ทางเว็บไซต์ www.tanitsorat.com หรือ www.facebook.com/tanit.sorat)







