posttoday
'แซดทีอี'ลั่นพร้อมรบ บุกตลาดไทยเต็มสูบ

'แซดทีอี'ลั่นพร้อมรบ บุกตลาดไทยเต็มสูบ

29 กันยายน 2558

โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ

โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ

หลังจากทำตลาดผ่านโอเปอเรเตอร์มานานได้ฤกษ์ที่แซดทีอี (ZTE) จะบุกตลาดวางขายในไทยอย่างเป็นทางการด้วยตัวเอง โดยยังเชื่อมั่นว่าสมาร์ทโฟนแบรนด์จีนยังมีการตอบรับที่ดี อีกทั้งความต้องการสมาร์ทโฟนที่รองรับ 4จี จะเป็นการรองรับตลาดในอนาคต

เจเรมี จาว ประธานเจ้าหน้าที่บริหารภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัท แซดทีอี คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า บริษัทได้บุกตลาดสมาร์ทโฟนในไทยมาอย่างต่อเนื่องกว่า 20 ปี แต่เน้นการทำตลาดผ่านโอเปอเรเตอร์ทั้ง 3 ค่าย คือ เอไอเอส ทรู และดีแทค ซึ่งการทำตลาดเองอย่างจริงจังครั้งนี้ เชื่อว่าจะสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคได้มากขึ้น

“ใน 3 เดือนที่เหลือนี้บริษัทจะทุ่มงบกว่า 80 ล้านบาท ในการทำตลาดแบบออฟไลน์ ออนไลน์และดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง เพื่อให้แบรนด์มีโอกาสเติบโตในตลาดมากกว่าเดิม จะมีการเปิดสมาร์ทโฟนทั้งหมด 10 รุ่น รองรับ 4จี เกือบทั้งหมด”

นอกจากนี้ ในต้นปีหน้าจะทุ่มงบอีก 400 ล้านบาท โดย 180 ล้านบาท จะเป็นการทำตลาดออฟไลน์เพียงอย่างเดียวคือ สื่อสารสินค้าใหม่เข้าสู่ตลาดให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น เพิ่มช่องทางการจำหน่าย ทำศูนย์การเรียนรู้ผลิตภัณฑ์ใหม่

ปัจจุบันมูลค่าตลาดรวมสมาร์ทโฟนทั่วโลกอยู่ที่ 600 ล้านเครื่อง ส่วนไทยในปีนี้อยู่ที่ 25 ล้านเครื่อง และมีการขายสินค้าในกลุ่มโมบายดีไวซ์ ได้แก่ สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และฮอตสปอตไปแล้วกว่า 46 ล้านเครื่อง บริษัทตั้งเป้าส่วนแบ่งตลาดไว้ที่ 5% และตั้งเป้าติดท็อป 5 ในประเทศไทย โดยจะเน้นสื่อสารการตลาดให้มากขึ้น เพื่อให้แบรนด์มีความแข็งแกร่งเช่นเดียวกับตลาดทั่วโลก

“นอกจากรุ่นที่เปิดวันนี้ 4 รุ่นแล้ว จะมีเพิ่มเข้ามาจนถึงสิ้นปีอีกไม่ต่ำกว่า 6 รุ่น ระดับราคาอยู่ที่ 3,000-17,990 บาท โดยจะเริ่มวางขายในงานไทยแลนด์โมบายเอ็กซ์โป ส่วนสินค้าในกลุ่มไฮเอนด์บริษัทจะทำตลาดแบบขายตรงหรือไดเรกแอ็กเคาต์ผ่านพันธมิตรประมาณ 40-50 รายทั่วประเทศ”

ขณะเดียวกัน ในปี 2559 จะเปิดศูนย์การเรียนรู้หรือเอ็กซ์พีเรียนช็อปเพิ่มอีกประมาณ 20 แห่ง และปรับปรุงจุดให้บริการในพื้นที่ชุมชน คอมมูนิตี้มอลล์ ร่วมกับพาร์ตเนอร์ในพื้นที่ต่างๆ บริษัทจะลงทุนเฉพาะเรื่องการตกแต่งเท่านั้น

ทั้งนี้ การทำตลาดในประเทศ ไทยได้แบ่งเป็นบีทูบีและบีทูซี ซึ่งตั้งแต่เดือน ต.ค. 2557 บริษัททำตลาดมาอย่างต่อเนื่องผ่านพาร์ตเนอร์รายใหญ่คือ เจมาร์ท คอมเซเว่น ทีจีโฟนยกตัวอย่าง การขายผ่านทางเจมาร์ททำไปได้แล้วกว่า 5 หมื่นเครื่อง และเชื่อว่าหลังการเปิดตัวเพิ่มเติมในปีนี้จะแย่งส่วนแบ่งตลาดของคู่แข่งรายอื่นเพิ่มได้อีก เพราะมีสมาร์ทโฟนรายย่อยปิดตัวไปหลายราย

จากแผนงานดังกล่าว จึงมั่นใจจนถึงสิ้นปี 2559 บริษัทจะมีส่วนแบ่งในตลาดสมาร์ทโฟนเพิ่มอีก 2-3% ส่วนกลุ่มบีทูบีนั้นค่อนข้างมีความแข็งแกร่งอยู่แล้ว เพราะมีรูปแบบขายทั้งโออีเอ็มและโคแบรนด์ร่วมกับโอเปอเรเตอร์ทั้ง 3 ค่าย ถ้ารวมทั้งสองตลาดจะมีส่วนแบ่งอยู่ที่ 9%

นอกจากนี้ บริษัทยังชูกลยุทธ์ ACW เพื่อสร้างความมั่นใจในกลุ่มลูกค้า โดย A คือ America R&D หรือ การพัฒนาเทคโนโลยีแบบมาตรฐานโลก C คือ China Supply Chain มีฐานการผลิตสินค้าที่ต้นทุนไม่สูงมากนัก และ W คือ World Wide ที่มีเครือข่ายของบริษัทอยู่ทั่วโลก

จับตาก้าวรุกแซดทีอีนับจากนี้ว่าจะทำได้ตามเป้าหมายเพียงใด

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน