
ชนินทธ์ส่งไม้ต่อ ศุภจีจัดทัพดุสิต
“ชนินทธ์” เตรียมส่งไม้ต่อ “ศุภจี” จัดทัพองค์กรกลุ่มดุสิตฯ รองรับ 2 ขาธุรกิจขยายตัวเร็วเกินคาด
“ชนินทธ์” เตรียมส่งไม้ต่อ “ศุภจี” จัดทัพองค์กรกลุ่มดุสิตฯ รองรับ 2 ขาธุรกิจขยายตัวเร็วเกินคาด
นายชนินทธ์ โทณวณิก กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดเผยว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ อดีตผู้บริหารไทยคม จะเข้ามารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารแทนตัวเองที่จะขึ้นเป็นรองประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหารในวันที่ 1 ม.ค. 2559 นี้ โดยนางศุภจีจะเข้ามาปรับโครงสร้างองค์กรให้รองรับกับทิศทางการขยายตัวธุรกิจที่เร็วกว่าคาด
ทั้งนี้ กลุ่มดุสิตฯ มีการขยายตัวมากจากทั้งสองสายงาน คือ ด้านโรงแรมจาก 5 ปีก่อนเคยตั้งเป้าเซ็นสัญญารับบริหารโรงแรมได้ปีละ 1-2 แห่ง ก็ถือว่าน่าพอใจ แต่กลายเป็นดุสิตฯ เซ็นสัญญารับบริหารโรงแรมปีละ 15-20 แห่ง หากทุกปีมีโรงแรมใหม่เข้าสู่ระบบในระดับนี้ ใน 3-4 ปีข้างหน้า จำนวนโรงแรมที่จะเปิดดำเนินการจะถึง 100 แห่ง
ขณะที่ด้านการศึกษาเป็นงานที่ต้องการให้เติบโตมาก โดยเพิ่งเปิดตัวโรงเรียนดุสิตธานีการโรงแรม ซึ่งเป็นระดับอาชีวศึกษาไปและกำลังสร้างสถาบันการศึกษาระดับปริญญาตรีในฟิลิปปินส์อีก 1 แห่ง เปิดใน 18 เดือนข้างหน้า นอกจากนี้ มีแผนนำเทคโนโลยีการศึกษาทางไกล เรียนผ่านออนไลน์มาใช้กับโรงเรียนดุสิตธานีการโรงแรม หากทำได้จะขยายธุรกิจการศึกษาได้รวดเร็วมาก
นอกจากนี้ ยังมีโครงการขยายงานด้านการศึกษาที่อยู่ระหว่างพิจารณาใน 7-8 ประเทศ มีทั้งรูปแบบที่ดุสิตฯ ลงทุนเอง ไปร่วมทำโครงการกับพันธมิตร และไปรับบริหารจัดการระบบ ส่งบุคลากรไปช่วย ตัวอย่างโครงการที่พิจารณาอยู่ ได้แก่ การทำหลักสูตรอาชีวศึกษาในโอมาน การทำหลักสูตรปริญญาตรีในอินโดนีเซีย การทำหลักสูตรอาชีวศึกษาในแอฟริกาใต้ เป็นต้น
“การขยายตัวอย่างรวดเร็วของธุรกิจโรงแรมและการศึกษาทำให้ 3 ปีข้างหน้า กลุ่มดุสิตฯ จะมีพนักงานเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 200% การบริหารคนจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด กลุ่มดุสิตฯ มั่นใจกับการดึงคุณศุภจีมาเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ เพราะเป็นคนเก่งเรื่องบริหารองค์กร บริหารคน สร้างวัฒนธรรมองค์กร มีประสบการณ์ทำงานกับคนหลายประเทศ น่าจะทำหน้าที่นี้ได้ดีมาก” นายชนินทธ์ กล่าว
สำหรับภาพรวมธุรกิจโรงแรมหลังเหตุระเบิดที่ย่านราชประสงค์ยอดคนเข้าพักตกลงไป 2 เดือน แต่หวังว่าเดือน ต.ค.เป็นต้นไปทุกอย่างจะกลับมาเหมือนเดิม เพราะมีปัจจัยบวกจากการจับกุมคนร้ายได้บ้าง และภาครัฐก็พยายามออกมาทำกิจกรรม มาช่วยฟื้นความเชื่อมั่น เช่น นำนักแสดงชื่อดังจากฮ่องกงมาสักการะท้าวมหาพรหม เป็นต้น
“ในปีหน้าเศรษฐกิจโลกคงจะแย่กว่าปีนี้ เพราะจีนที่ไม่เคยมีปัญหาเศรษฐกิจเริ่มมีปัญหาบ้าง ดังนั้น นักท่องเที่ยวจีนซึ่งเป็นตลาดหลักก็น่าจะเดินทางน้อยลง ใช้จ่ายน้อยลง แต่หากในไทยการเมืองนิ่ง ก็ยังพอมีโอกาสที่จำนวนนักท่องเที่ยวโตได้อีก แต่แทนที่จะเติบโตกว่า 20-30% แบบปีนี้ ก็อาจโตแค่ 10%” นายชนินทธ์ กล่าว







