
กัมพูชาจ่อเคาะขึ้นค่าแรงต.ค.
กัมพูชาจ่อขึ้นค่าแรงสิ่งทอ คาดเคาะข้อสรุป ต.ค.นี้ สหภาพหวังเดือนละ 178 เหรียญ
กัมพูชาจ่อขึ้นค่าแรงสิ่งทอ คาดเคาะข้อสรุป ต.ค.นี้ สหภาพหวังเดือนละ 178 เหรียญ
สำนักข่าวพนมเปญโพสต์ของกัมพูชา รายงานว่า เมื่อวันที่ 25 ก.ย.ที่ผ่านมา มีการประชุมไตรภาคีระหว่างภาครัฐ นายจ้าง และลูกจ้างในอุตสาหกรรมสิ่งทอของกัมพูชา เพื่อพิจารณาการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำรอบใหม่สำหรับแรงงานในอุตสาหกรรมสิ่งทอ
นายเฮง เซา โฆษกกระทรวงแรงงานกัมพูชา เปิดเผยว่า การพิจารณาการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำครั้งดังกล่าววางอยู่บนหลักพื้นฐาน 5 ข้อ และเกณฑ์ต่างๆ อีก 7 ปัจจัย รวมถึงผลิตภาพของอุตสาหกรรม ขีดความสามารถการแข่งขัน และเส้นความยากจน
ทั้งนี้ หลังจากการเจรจาในวันที่ 25 ก.ย.เสร็จสิ้น จะตามด้วยการประชุมคณะทำงานเฉพาะด้านของคณะกรรมาธิการที่ปรึกษาแรงงาน เพื่อให้ได้ข้อสรุปตัวเลขค่าแรงใหม่ที่จะบังคับใช้กับกลุ่มแรงงานอุตสาหกรรมสิ่งทอ
ขณะที่สหภาพแรงงานของกัมพูชา 16 แห่ง กำลังอยู่ระหว่างพิจารณาเสนอค่าแรงขั้นต่ำอัตราใหม่เป็นเดือนละ 158 เหรียญสหรัฐ หรือ 162 เหรียญสหรัฐ หรือ 178 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 5,677-6,395 บาท) โดยอาจมีการโหวตลับหากไม่สามารถตกลงกันได้
ปัจจุบันค่าแรงขั้นต่ำอุตสาหกรรมสิ่งทอกัมพูชาอยู่ที่เดือนละ 128 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 4,600 บาท โดยมีงานวิจัยของสถาบันต่างชาติระบุว่า แรงงานสิ่งทอกัมพูชามีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยเดือนละ 207 เหรียญสหรัฐ หรือราว 7,437 บาท ตัวเลขดังกล่าวไม่ได้รับการยอมรับจากกระทรวงแรงงานกัมพูชา
ด้าน นางซานดร้า ดี อะมิโก้ รองประธานสมาคมนายจ้างและธุรกิจกัมพูชา กล่าวว่า การปรับค่าแรงเกิดขึ้นเป็นประจำ แต่ผลิตภาพแรงงานกลับไม่เติบโตตามไปด้วย แม้แรงงานจะอ้างว่าอุตสาหกรรมสิ่งทอมีมูลค่าอยู่ที่ 7,000 ล้านเหรียญสหรัฐ การเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำจะนำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่อุตสาหกรรม แต่ข้อเท็จจริงคือมูลค่าเพิ่มลดลง
อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นค่าแรงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ผลิตภาพไม่สูงขึ้น อาจทำให้โรงงานสิ่งทอในกัมพูชาไม่สามารถอยู่รอดได้ เพราะไม่มีกำไรมาลงทุนเครื่องจักร เทคโนโลยี รวมถึงเพิ่มทักษะฝีมือแรงงาน และอาจไม่สามารถแข่งขันกับประเทศอื่นได้
นายยุทธนา ศิลป์สรรค์วิชช์ เลขาธิการสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับแจ้งว่าผลการประชุมเป็นอย่างไร แต่เบื้องต้นประเมินว่ารัฐบาลกัมพูชาคงไม่ปรับเพิ่มให้มากนัก เนื่องจากเพิ่งมีการปรับค่าแรงขั้นต่ำไปเมื่อต้นปี
ทั้งนี้ นอกเหนือจากค่าแรงขั้นต่ำแล้ว ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับแรงงานในกัมพูชา เช่น ประกันสังคม สวัสดิการต่างๆ ก็ค่อนข้างสูงด้วย ขณะเดียวกันกัมพูชายังมีปัญหาอื่นๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุน เช่น ปัญหาคอร์รัปชั่น การกำหนดโควตาการส่งออก การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำครั้งนี้จะยิ่งทำให้ต้นทุนของผู้ประกอบการสูงขึ้นอีก ผู้ประกอบการไทยจึงหันไปสนใจขยายการลงทุนในเวียดนามและเมียนมาแทน และรอจังหวะพิจารณาขยายการลงทุนในกัมพูชาอีกครั้ง
ปัจจุบันมีผู้ประกอบการไทยรายใหญ่ในกัมพูชา 4 ราย กระจายการลงทุนทั้งในเกาะกงและหัวเมืองอื่นๆ มีการจ้างแรงงานตั้งแต่ประมาณ 700-5,000 คน







