posttoday
Chip Card บัตรชิปอีกระดับของความปลอดภัย

Chip Card บัตรชิปอีกระดับของความปลอดภัย

29 กันยายน 2558

ในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา ธนาคารต่างๆ ได้ทยอยกันหยุดบริการเพื่อปรับปรุงระบบจนมีการสอบถามกันว่ามีอะไรเกิดอะไรขึ้น มูลเหตุหลักคือช่วงนี้มีการเตรียมความพร้อมเข้าสู่การใช้ Chip Card หรือบัตรชิป ทดแทนบัตรเอทีเอ็มและบัตรเดบิตที่ปัจจุบันยังเป็นบัตรแถบแม่เหล็กอยู่ ธนาคารแห่งประเทศไทยได้กำหนดให้วันที่ 16 พ.ค. 2559 เป็นต้นไป ทุกธนาคารจะต้องออกบัตรเอทีเอ็มหรือบัตรเดบิตใหม่เป็นบัตรชิปเท่านั้น (บัตรชิปคือบัตรพลาสติกที่เพิ่มแผงวงจร (Chip) เช่นเดียวกับบัตรเครดิตที่ท่านใช้อยู่ทุกวันนี้ ซึ่งได้มีการปรับเปลี่ยนเป็นบัตรชิปจนครบถ้วนมาระยะหนึ่งแล้ว)

ในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา ธนาคารต่างๆ ได้ทยอยกันหยุดบริการเพื่อปรับปรุงระบบจนมีการสอบถามกันว่ามีอะไรเกิดอะไรขึ้น มูลเหตุหลักคือช่วงนี้มีการเตรียมความพร้อมเข้าสู่การใช้ Chip Card หรือบัตรชิป ทดแทนบัตรเอทีเอ็มและบัตรเดบิตที่ปัจจุบันยังเป็นบัตรแถบแม่เหล็กอยู่ ธนาคารแห่งประเทศไทยได้กำหนดให้วันที่ 16 พ.ค. 2559 เป็นต้นไป ทุกธนาคารจะต้องออกบัตรเอทีเอ็มหรือบัตรเดบิตใหม่เป็นบัตรชิปเท่านั้น (บัตรชิปคือบัตรพลาสติกที่เพิ่มแผงวงจร (Chip) เช่นเดียวกับบัตรเครดิตที่ท่านใช้อยู่ทุกวันนี้ ซึ่งได้มีการปรับเปลี่ยนเป็นบัตรชิปจนครบถ้วนมา
ระยะหนึ่งแล้ว)

จุดประสงค์หลักของบัตรชิป คือ ป้องกันการคัดลอกข้อมูลบนบัตร (Skimming) ซึ่งมีผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การโจรกรรมข้อมูลถือเป็นธุรกิจผิดกฎหมายที่มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว กัดกินระบบเศรษฐกิจให้ถดถอย มีประมาณการว่าโดยเฉลี่ยแล้วจะมีการลงทุนในการป้องกันช่องโหว่ที่เกิดขึ้นในแต่ละคราวเป็นมูลค่าประมาณ 100 เท่าของความเสียหายในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ในอนาคตอันใกล้ เมื่อมีการใช้บัตรชิปแล้ว บัตรแถบแม่เหล็กของท่านที่ใช้อยู่หากยังไม่ได้ไปขอทำบัตรใหม่ก็ยังคงใช้งานได้เช่นเดิม และนับเป็นความท้าทายอย่างยิ่งสำหรับธนาคารไทยที่จะทำการเปลี่ยนบัตรที่ปัจจุบันมีอยู่มากถึง 60 ล้านใบทั้งหมดให้เปลี่ยนเป็นบัตรชิป จึงทำให้ยังไม่สามารถกำหนดวันที่จะยกเลิกการใช้บัตรแถบแม่เหล็กนี้ หรืออีกนัยหนึ่งคือ สะดวกแต่ไม่ปลอดภัย

เพื่อเป็นการรองรับความปลอดภัย บางธนาคารได้เริ่มทยอยเปิดให้บริการบัตรชิปไปล่วงหน้า หากแต่ข้อจำกัดที่สำคัญ คือ บัตรชิปที่ออกในช่วงนี้จะใช้ได้กับตู้เอทีเอ็มของธนาคารผู้ออกบัตรเท่านั้น ยังไม่สามารถใช้ข้ามธนาคารได้ หรืออีกนัยหนึ่งคือท่านได้ความปลอดภัยแต่ไม่สะดวก

หลังวันที่ 16 พ.ค. 2559 เป็นต้นไป หากท่านไปสมัครใช้บริการบัตรจากธนาคารใดก็ตาม จะได้รับเป็นบัตรชิปเท่านั้น และตามข้อตกลง คือ ทุกธนาคารจะต้องปรับปรุงตู้เอทีเอ็มไม่น้อยกว่า 86% ที่เปิดให้บริการอยู่สามารถใช้งานบัตรชิปนี้ได้ และสามารถใช้บัตรชิปนี้กับเครือข่ายของทุกธนาคารเช่นเดียวกับบัตรแถบแม่เหล็กในปัจจุบัน จึงจะได้เข้าสู่ระยะที่เรียกว่าสะดวกและปลอดภัย

ในระหว่างที่ต้องรอจนถึงระยะที่สะดวกและปลอดภัย ท่านเองก็สามารถระวังตัวได้โดยไม่ยาก การป้องกันการโจรกรรมข้อมูลที่ดีที่สุด คือ สามารถทราบถึงสิ่งผิดปกติได้ในเวลาอันรวดเร็ว เปรียบได้กับสิ่งที่พกติดตัวในชีวิตประจำวันของเรา เช่น กุญแจรถ โทรศัพท์มือถือ จะใช้เวลาไม่นานที่จะรู้สึกได้ว่าสิ่งนั้นไม่ได้อยู่กับตัว และไม่เป็นการยากที่จะนึกย้อนว่าเราไปหลงลืมไว้ที่ใด สิ่งที่ท่านต้องตระหนักคือ ไม่ว่าธนาคารของท่านจะป้องกันได้ดีเพียงใดก็ตามไม่มีทางที่จะป้องกัน 100% หากท่านไม่ได้ร่วมในการช่วยระมัดระวังตัวเองอีกทางหนึ่ง ผมขอเสนอแนะวิธีการดูแลเงินในบัญชีของท่านให้ปลอดภัย ดังนี้

อันดับแรก ท่านต้องสามารถทราบการเคลื่อนไหวทางบัญชีของท่านได้ตลอดเวลา เพื่อที่จะได้แจ้งธนาคารได้ทันทีที่มีรายการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ หากธนาคารที่ท่านใช้อยู่ไม่มีบริการในการแจ้งเตือนการเคลื่อนไหวทุกบัญชี ท่านควรต้องทำการสมัครบริการแจ้งเตือนนี้กับบัญชีหลัก (โดยปกติธนาคารที่ให้บริการแจ้งเตือนเป็นรายบัญชี จะคิดค่าบริการเป็นรายบัญชีต่อเดือน)

อันดับที่สอง ท่านควรต้องมีช่องทางในการตรวจสอบยอดเงินคงเหลือและตรวจสอบรายการย้อนหลังได้ด้วยตนเองทุกที่ทุกเวลา เช่น โมบายแบงก์กิ้ง หรืออย่างน้อยที่สุดธนาคารทางอินเทอร์เน็ต โดยหลักคือท่านสามารถตรวจสอบบัญชีของท่านได้ทุกบัญชี เพราะช่องทางในการโจรกรรมข้อมูลมิได้มีเพียงการคัดลอกข้อมูลบัตรเท่านั้น ยังมี
เทคนิคอื่นๆ อีก

อันดับที่สาม ขอให้ระมัดระวังการให้ข้อมูลส่วนตัวของท่านหากมีโปรโมชั่นส่วนลดหรือชิงรางวัล แล้วมาขอบันทึกข้อมูลส่วนตัวของท่าน โดยอ้างว่าใช้เป็นหลักฐานประกอบการใช้สิทธิพิเศษนี้ (ตัวผมเองก็มักพลาดในเรื่องนี้มากที่สุด แต่ยังคิดไม่ออกว่าการตลาดของธนาคารต่างๆ ทำไมไม่ช่วยกันระวังภัยในเรื่องนี้กันเลย)

อันดับสุดท้าย อยากขอแนะให้เปลี่ยนรหัสเอทีเอ็มของท่าน อย่างน้อยที่สุดก็ 6 เดือนครั้ง เพราะอาจจะเป็นไปได้ว่าบัตรของท่านถูกทำการคัดลอกข้อมูลไปแล้วเพื่อนำมาใช้ในภายหลัง เมื่อท่านเปลี่ยนรหัสแล้วก็คงต้องย้ำว่าขอให้จำรหัสใหม่นี้ให้ได้ อีกทางเลือกหนึ่งหากท่านคิดว่ารหัสนี้คือรหัสที่ท่านจำง่ายที่สุดและไม่ต้องการเปลี่ยน ท่านอาจทำการเปลี่ยนบัตรใหม่ ซึ่งทุกธนาคารก็มักจะมีบัตรรูปแบบใหม่ที่สวยงามทันสมัยออกมาให้บริการท่านอยู่อย่างสม่ำเสมอก็สามารถป้องกันได้เช่นกัน

ท้ายนี้ คงต้องย้ำให้ท่านมั่นใจว่า ทุกธนาคารมีการป้องกันด้านความปลอดภัยไว้อย่างเต็มที่ แต่อย่างไรก็ตาม มิจฉาชีพมีวิธีการและเทคนิคที่แยบยลขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้ใช้บริการทุกท่านเพื่อที่เราจะได้ร่วมกันปกป้องทรัพย์สินของท่านให้ปลอดภัย

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน