posttoday
ตลท.ชูรักษาคุณภาพของเก่าพัฒนาเพื่อสร้างฐานใหม่

ตลท.ชูรักษาคุณภาพของเก่าพัฒนาเพื่อสร้างฐานใหม่

28 กันยายน 2558

โดย...บงกชรัตน์  สร้อยทอง

โดย...บงกชรัตน์  สร้อยทอง

ขณะนี้เริ่มมีทิศทางชัดเจนแล้วว่าเศรษฐกิจทั้งต่างประเทศและในประเทศจะทรงตัวหรือแย่ลงไปกว่านี้ “เกศรา มัญชุศรี” กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า แม้เศรษฐกิจจะไม่โตมากนัก ทุกคนต่างรอภาพใหญ่ให้ชัดเจน  สิ่งที่ต้องทำคือกลับมานั่งดูตัวเองว่าเรามีอะไรต้องปรับตัว ในอุตสาหกรรมอะไรที่ยังสามารถพัฒนาไปได้อีก จะทำให้ทุกภาคส่วนสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้

ดังนั้น กลยุทธ์ของ ตลท. ตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นไป คือทำของเก่าให้ดีเพื่อรักษาคุณภาพ และสร้างฐานใหม่ด้วยการพัฒนาสิ่งใหม่ให้เกิดขึ้น ตั้งแต่ดูบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่ดูเรื่องคุณภาพของ บจ.ทั้งก่อนและหลังเข้าจดทะเบียน เกิดสภาพคล่องที่ดี มีมูลค่าการซื้อขาย มีมูลค่าที่เหมาะสมเพื่อจะเป็นทางเลือกที่ดีของผู้ลงทุน

“บริษัทที่เข้ามาจดทะเบียนแล้วตลาดพบว่ามีปัญหา จึงต้องจัดอบรมให้กับเจ้าของบริษัทที่มีแผนจะเข้าตลาดหุ้น เพื่อเตรียมตัว เตรียมความพร้อมก่อนเข้าตลาด รวมถึงระบบควบคุมภายใน”

ในด้านการเป็นเครื่องมือของการระดมทุนตลอด 3 ปีที่ผ่านมานี้ ตลาดหุ้นไทยอยู่ในอันดับ 1 ของอาเซียน ทั้งปริมาณและมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) ของบริษัทเข้าใหม่ ปี 2556 มีทั้งหมด 43 บริษัท ปี 2557 มี 46 บริษัท และปี 2558 น่าจะเกือบ 30 บริษัท ขณะที่มูลค่าการระดมทุน 2 ปีที่ผ่านมาก็เฉลี่ยอยู่ที่ 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

งานนี้ได้พันธมิตรที่อยู่ในหน่วยงานต่างๆ โดยตลาดหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ จะเป็นตัวเชื่อมให้บรรลุเป้าหมาย ทั้งผู้ที่ต้องการลงทุน ผู้ที่ต้องการเงินระดมทุน หรือต้องการร่วมลงทุน ต้องยอมรับว่าตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ เป็นตัวพิสูจน์ให้เห็นว่าสามารถเป็นตัวช่วยกับธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กได้ และผู้ประกอบการเริ่มเห็นประโยชน์ตลาดทุนเป็นแหล่งระดมทุนเพื่อใช้ขยายงานมากขึ้น

นอกจากนั้น ตลท.ต้องเตรียมระบบให้ดีเพื่อรองรับกับธุรกรรมหรือผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ไม่จำกัดเพียงแต่ผลิตภัณฑ์หุ้นเพียงอย่างเดียว เช่น การนำสินค้าต่างประเทศเข้ามาลงทุนในไทย อย่างใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่เกิดจากหลักทรัพย์อ้างอิง (DR) ที่ออกโดยบริษัทต่างๆ ทั่วโลก คาดว่าจะเริ่มซื้อขายได้ทันภายในสิ้นปีนี้ รวมถึงการขยายขอบเขตสินค้าบริการอื่น เช่น ยาง ทอง เป็นเรื่องยากที่ต้องทำให้เกิดในด้านธุรกรรมและการพัฒนาในเวลาเดียวกัน แนวทางคือพยายามให้เกิดตลาดสปอต เพราะถ้าสปอตเกิดตลาดฟิวเจอร์สจะตามมาเอง โดยขณะนี้ก็อยู่ระหว่างการขออนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ให้ใช้อัตราแลกเปลี่ยนอยู่

“ระบบไอทีเป็นหัวใจในการทำธุรกิจ ระบบออนไลน์ที่ได้รับความนิยมมากๆ เราจะใช้ประโยชน์อย่างไรได้บ้าง ผลิตภัณฑ์ที่จะออกต้องพิจารณาเรื่องต้นทุนหรือการบริการด้วยว่าจะเกิดความเสี่ยงอะไรหรือเปล่า เพราะตลอดปี 2558 ถือว่า ตลท.ได้เตรียมระบบงานหลังบ้านไว้รองรับการชำระราคาหรือธุรกรรมใหม่ๆ”

ทั้งนี้ แม้ตลาดหุ้นทุกแห่งต่างต้องการเป็นที่หนึ่งในภูมิภาคด้านต่างๆ แต่มีเรื่องนี้จะเริ่มเปลี่ยนแปลงไปคือ หมดยุคนำบริษัทอื่นเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทย เพราะจากนี้จะเกิดความร่วมมืออย่างยุติธรรมและทุกฝ่ายวินวิน ฉะนั้น เรื่องการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทยเป็นตลาดแรก (Primary Listing) เกิดขึ้นได้ยาก เพราะคนอื่นเขาก็พยายามรักษาและสร้างตัวเลือกให้บริษัทเอกชนระดมทุนในประเทศของตัวเองเหมือนกัน สิ่งที่จะทำได้คือ การเข้าจดทะเบียนพร้อมกันทั้งสองตลาดหุ้น (Dual Offering) หรือ บจ.ต่างประเทศเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทยเป็นแห่งที่สอง (Secondary Listing) ซึ่งก็อยู่ระหว่าง ดำเนินการอยู่ พร้อมกับทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงในด้านอื่นๆ ด้วย ตอนนี้ไทยกำลังเป็นพี่เลี้ยงให้เรื่องการมีธรรมาภิบาลที่ดีให้ตลาดหุ้นเวียดนามอยู่ ขณะที่ ตลท.กำลังเข้าสู่รูปแบบหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development)      

งานเกี่ยวกับผู้ลงทุน ปีนี้ ตลท.เพิ่มช่องการสื่อสารและการรับข่าวสารร่วมกับพันธมิตรและผู้ประกอบการต่างๆ มากขึ้น พร้อมขยายช่องทางการบริการการชำระราคาซื้อขายผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น ขายหน่วยลงทุนของกองทุนรวม ซึ่งช่วยให้ผู้ขายที่ไม่มีบริษัทแม่เป็นธนาคารพาณิชย์สามารถมีช่องทางจำหน่ายเพิ่ม ตอนนี้กำลังเจรจากับเซ็นทรัลการ์ดและไปรษณีย์ไทย ด้านการชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ 2 วันทำการ (T+2) ก็อยู่ระหว่างการดำเนินการอยู่ แต่ต้องคุยรายละเอียดกับระบบหลังบ้านของโบรกเกอร์ว่ามีแนวทางปฏิบัติอย่างไร เพื่อจะสร้างระบบให้มีความเสถียร

ปัจจุบันยอมรับว่าบุคลากรในตลาดทุนขาดแคลนและยังไม่แข็งแรง ทั้งซีเอฟโอและไออาร์ โดยเฉพาะซีเอฟโอที่ขาดแคลนมากจึงต้องจัดอบรมและสร้างคนใหม่เพิ่มขึ้นมา โดยลงไปถึงสถานศึกษาเพื่อสร้างกลุ่มเลือดใหม่

ตอนนี้ตลาดทุนไทยมาถึงจุดที่ต้องมาดูแลเรื่องคุณภาพของสินค้าใหม่และสินค้าที่อยู่ในตลาดหุ้นอยู่แล้ว เพื่อให้การเติบโตเป็นไปอย่างยั่งยืน

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน