
ความเข้าใจผิดระหว่างเครดิตบูโรกับลูกหนี้ กยศ.
จากกรณีที่กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ซึ่งจัดตั้งขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือให้เยาวชนของชาติที่ฐานะยากจน ได้มีโอกาสเข้าถึงระบบการศึกษา ซึ่งจะทำให้คนที่มีคุณภาพ รู้จักผิดชอบชั่วดี ออกไปประกอบสัมมาอาชีพ เป็นกำลังของสังคม ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำและปัญหาความยากจน หลักการที่สำคัญของ กยศ.คือ
จากกรณีที่กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ซึ่งจัดตั้งขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือให้เยาวชนของชาติที่ฐานะยากจน ได้มีโอกาสเข้าถึงระบบการศึกษา ซึ่งจะทำให้คนที่มีคุณภาพ รู้จักผิดชอบชั่วดี ออกไปประกอบสัมมาอาชีพ เป็นกำลังของสังคม ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำและปัญหาความยากจน หลักการที่สำคัญของ กยศ.คือ
1.รัฐมีหน้าที่ต้องช่วยเปิดโอกาสให้เยาวชนของชาติที่มีฐานะยากจน
2.กยศ.เป็นกองทุนหมุนเวียนคือรับเงินหลวงมา จ่ายออกไป เก็บหนี้เข้ามา แล้วก็นำออกไปให้กู้อีกครั้งต่อเนื่อง
3. คนที่ได้รับเงินกู้จาก กยศ.ไปต้องมีสำนึกและตระหนักว่าเงินที่ได้รับไปต้องจ่ายคืนมาตามสัญญา เงินที่ได้รับคือการสร้างโอกาสให้กับชีวิตของตนเองซึ่งต้องมีการส่งมอบต่อให้กับน้องๆ รุ่นหลังๆ ที่ยากจนและการขาดโอกาส ที่สำคัญคือต้องตระหนักอยู่เสมอว่าเงินที่ได้รับมานั้นเป็นเงินที่มาจากภาษีอากร ไม่ใช่เงินของนักการเมืองที่เที่ยวเอาไปแจกใครต่อใครอย่างที่เข้าใจผิดๆ กัน
กยศ.ประสบปัญหาไม่สามารถติดตามเงินคืนจากผู้กู้ได้ไม่ว่าจะด้วยเหตุใดก็ตาม จึงมีปัญหาต่อเนื่องมาจนจำเป็นต้องมีการแก้ไขปัญหานี้ให้ได้ในระยะยาว ปัจจุบัน กยศ. มีการจัดทำร่าง พ.ร.บ.กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา เพื่อให้ กยศ.มีกลไกในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ในปัจจุบันและที่คาดว่าจะเกิดในอนาคตพอสมควร ตลอดจนเวลานี้ได้จัดให้มีมาตรการดำเนินการกับผู้กู้ยืมที่ไม่คืนเงินอย่างเข้มข้น เพราะคนที่ต้องคืนเงินกลับเข้าไป กยศ. เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนของเงินนั้น ไม่ใช่เด็กแล้ว เขาเหล่านั้นเป็นบัณฑิต เป็นผู้ที่จบการศึกษา เป็นผู้มีงานทำ มีเงินเดือนแล้ว เป็นผู้ที่ได้ปฏิญาณต่อวุฒิการศึกษาของตนแล้วว่าจะเป็นคนดีของสังคม “ไม่มีการรังแกเด็กๆ” อย่างที่มีผู้ไม่หวังดีพยายามจะทำให้เกิดความเข้าใจผิด หรือสร้างวาทกรรมใส่ร้าย กยศ. และเครดิตบูโร
สำหรับมาตรการที่มีข่าวสารที่ออกมาว่า กยศ.จะนำรายชื่อผู้ค้างชำระเงินตั้งแต่ปี 2539 จนถึงปัจจุบันเข้าสู่ระบบเครดิตบูโรในปี 2561 นั้นต้องขอเรียนว่ายังมีความคลาดเคลื่อนและ เข้าใจผิด 2 ประการที่อยากจะเรียนให้ท่านผู้อ่านได้เข้าใจ คือ
ประการแรก : การเข้ามาเป็นสมาชิกเครดิตบูโรได้นั้น กยศ. จะต้องผ่านการประเมินทางด้านคุณภาพข้อมูลที่จะนำส่ง ระบบการเชื่อมต่อทางด้านไอที รวมทั้งด้านอื่นๆ ตามที่กฎหมายกำหนดและจะมีการพิจารณาเรื่องนี้อย่างจริงจังในปี 2561 แต่มิได้หมายความว่าในปี 2561 จะเป็นไปโดยอัตโนมัติ มันมีระเบียบ มีขั้นตอน มีวิธีการจัดการจนแน่ใจว่าข้อมูลนั้นถูกต้อง ครบถ้วน ทันสมัย ไม่มีการผิดฝาผิดตัว ที่สำคัญคือจะนำเอาข้อมูลนี้ไปใช้นอกเหนือจากที่กฎหมายเครดิตบูโรกำหนดไม่ได้เด็ดขาด เพราะมันมีโทษในทางอาญาครับ
ประการที่สอง : จะไม่มีการนำรายชื่อผู้ค้างชำระเงินตั้งแต่ปี 2539 จนถึงปัจจุบันเข้าสู่ระบบเครดิตบูโร เพราะสิ่งที่จะนำเข้าคือบัญชีสินเชื่อเงินกู้ที่ลูกหนี้ กยศ. มีภาระที่จะต้องจ่ายคืนกับ กยศ. ตามสัญญาตามความเป็นจริงในวันที่ส่งข้อมูล หลังจากที่ กยศ. ผ่านการประเมินเพื่อเข้าเป็นสมาชิกเครดิตบูโรเรียบร้อยแล้ว เช่นในวันที่ 31 ม.ค. 2562 บัญชีเงินกู้ กยศ. ของนาย A สถานะในวันนั้นคือ ปกติ ไม่ค้างชำระ ข้อมูลที่ส่งคือบัญชีเงินกู้นั้นในเดือน ม.ค. 2562 จะระบุว่าไม่ค้างชำระ และหากว่า บัญชีเงินกู้ กยศ. ของนาย B สถานะในวันนั้นคือ ค้างชำระ ข้อมูลที่ส่งคือบัญชีเงินกู้นั้นในเดือน ม.ค. 2562 ก็จะระบุว่าค้างชำระตามความจริง
จะไม่มีการเลือกเอาแต่ข้อมูลที่เป็นผลลบของบัญชีเงินกู้นั้นมาส่งให้กับเครดิตบูโรตามแต่ใจ หรือตามที่ข่าวสารมโนออกไป ไม่ได้เด็ดขาด เพราะมันคือการทำผิดกฎหมาย นี่คือสิ่งที่เป็นความจริงที่อยากจะบอกในวันนี้ครับ







