
ค่าเงินขาลง ศึกใน-นอก กระทบเชื่อมั่น
ค่าเงินตลาดเกิดใหม่มีแต่ลง ดอลลาร์สหรัฐแข็ง ทุนสำรองลดลง การเมืองไม่แน่นอน
ค่าเงินตลาดเกิดใหม่มีแต่ลง ดอลลาร์สหรัฐแข็ง ทุนสำรองลดลง การเมืองไม่แน่นอน
หนังสือพิมพ์วอลสตรีท เจอร์นัล รายงานว่า ค่าเงินตลาดเกิดใหม่ยังไม่มีทีท่าจะปรับตัวแข็งค่าขึ้น และยิ่งจะย่ำแย่ลง โดยดัชนีค่าเงินตลาดเกิดใหม่เอ็มเอสซีไอ ปรับตัวลดลงแรงสุดในรอบ 6 ปี เมื่อวันที่ 24 ก.ย.ที่ผ่านมา นำโดยค่าเงินริงกิตของมาเลเซียที่อ่อนค่าลงมากที่สุด ไปแตะระดับเดียวกับวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540
การอ่อนค่าลงดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังจากนางเจเน็ต เยลเลน ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ยืนยันจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในปี 2558 นี้อย่างแน่นอน ส่งผลให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐปรับตัวแข็งค่าขึ้น
ประกอบกับการชะลอตัวทางเศรษฐกิจของจีนยังคงกระทบต่อเศรษฐกิจเกิดใหม่ โดยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (พีเอ็มไอ) ภาคการผลิต เดือน ก.ย.นี้ ปรับตัวลงไปอยู่ที่ 47.0 จุด ซึ่งถือว่าต่ำที่สุดในรอบ 6 ปีครึ่ง
วอลสตรีท เจอร์นัล ระบุว่า แม้ตลาดเกิดใหม่จะมีทุนสำรองระหว่างประเทศมากขึ้น ภายหลังจากได้รับบทเรียนจากวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง อย่างไรก็ตามเงินทุนสำรองดังกล่าวกำลังปรับตัวลดลง ประกอบกับความไม่แน่นอนทางการเมืองในหลายประเทศ ทั้งตุรกี มาเลเซีย และบราซิล ยิ่งส่งผลให้เกิดความไม่มีเสถียรภาพ
นอกจากนี้ ธนาคารบาร์เคลย์สคาดการณ์ว่าการใช้จ่ายเกินดุลของรัฐบาลในประเทศตลาดเกิดใหม่มากขึ้นที่สุดนับตั้งแต่ปี 2552 โดยการใช้งบประมาณเกินดุลท่ามกลางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง และค่าเงินอ่อนจะยิ่งเพิ่มปริมาณหนี้สาธารณะให้แก่ประเทศตลาดเกิดใหม่
นายเดวิด โรลรีย์ หัวหน้าฝ่ายตราสารหนี้ของลูมิส เซเลส แอนด์ โค บริษัทจัดการลงทุนสินทรัพย์ กล่าวว่า ค่าเงินที่อ่อนค่าลงเป็นผลจากเศรษฐกิจเกิดใหม่หลายประเทศขึ้นอยู่กับสินค้าโภคภัณฑ์ที่ราคาปรับตัวลดลงมา นอกจากนี้ยังคงไม่มีปัจจัยที่จะกระตุ้นการเติบโตของประเทศเศรษฐกิจเหล่านั้นอีกด้วย
ด้านธนาคารกสิกรไทยคาดการณ์แนวโน้มค่าเงินบาทในสัปดาห์หน้าเคลื่อนไหวอยู่ที่ 36.10-36.40 บาท/เหรียญสหรัฐ โดยต้องติดตามถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเฟด ส่งสัญญาณในการขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ รวมถึงข้อมูลสำคัญของเศรษฐกิจสหรัฐ และปัจจัยในประเทศข้อมูลเศรษฐกิจเดือน ส.ค. และอัตราเงินเฟ้อเดือน ก.ย.







