posttoday
ศึกคอมพิวเตอร์เครือข่าย ครึ่งปีหลัง 3 ยักษ์แข่งดุ

ศึกคอมพิวเตอร์เครือข่าย ครึ่งปีหลัง 3 ยักษ์แข่งดุ

15 กรกฎาคม 2553

8...พรหมเมศร์ ศิริสุขวัฒนานนท์

ใช้เวลาในการปรับโครงสร้างภายในมาสักระยะหนึ่ง บริษัท ฮิวเลตต์แพคการ์ด หรือเอชพีขาใหญ่วงการไอที ที่มีจุดเด่นด้านสินค้าที่ครบถ้วนทุกตลาดตั้งแต่องค์กรขนาดใหญ่จนถึงผู้ใช้ตามบ้าน ที่ซื้อบริษัท 3 คอม ผู้ผลิตอุปกรณ์เครือข่ายหรือเน็ตเวิร์กกิง ถือเป็นการประกาศพร้อมเข้าสู่สนามรบบนตลาดการแข่งขันเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย–อุปกรณ์เครือข่ายอย่างเต็มรูปแบบ

แน่นอนข้อความได้ส่งไปยังคู่แข่งหลักที่นั่งเก้าอี้อันดับ 1 อยู่คือ บริษัท ซิสโก้ ซีสเต็มส์ ซึ่งถือว่ามีความแข็งแกร่งและได้รับการยอมรับธุรกิจอุปกรณ์เครือข่าย

มองในเชิงกลยุทธ์แล้ว ด้านเอชพีมีกลยุทธ์สำคัญคือการสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐานคอนเวอร์เจนซ์ มีการหลอมรวมระบบตั้งแต่ระบบเซิร์ฟเวอร์ ระบบสตอเรจ แต่เดิมขาดเพียงระบบอุปกรณ์เครือข่าย แม้จะมีผลิตภัณฑ์โปรเคิร์ฟอยู่แต่ก็เพียงส่วนที่ออกมาแก้ขัดเท่านั้น

ดังนั้น การรวม 3 คอม ได้สำเร็จจึงเป็นจิ๊กซอว์สำคัญทำให้เอชพีมีสินค้าครบไลน์

นายเบง เทค เลียง กรรมการผู้จัดการและผู้จัดการทั่วไป กลุ่มธุรกิจเอ็นเตอร์ไพร์ซ บิซิเนส บริษัท ฮิวเลตต์แพคการ์ด (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า เอชพียกเลิกแบรนด์ 3 คอม, เอช 3 ที และโปรเคิร์ฟ และเปลี่ยนเป็นแบรนด์เอชพีทั้งหมด เพราะเป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่งเพียงพอ

มีเพียงทิปปิงพอยต์ซึ่งเป็นอุปกรณ์ความปลอดภัยเน็ตเวิร์กกิง ที่ลูกค้าให้การยอมรับมากที่สุด จะใช้ควบคู่กันไปอีก 1 ปี

สินค้าใหม่ของเอชพี แบ่งเป็น 4 ซีรีส์ คือ ซีรีส์เอและซีรีส์เอส เน้นลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่ ใช้เทคโนโลยีระดับที่มีประสิทธิภาพสูง ซีรีส์อี เน้นลูกค้าองค์กรขนาดกลาง มีคุณสมบัติการทำงาน และสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ และซีรีส์วี สำหรับธุรกิจเอสเอ็มบี ใช้งานง่ายในราคาคุ้มค่า

ลูกค้าสามารถจัดซื้อเป็นซีรีส์จากเอชพีได้ หรือจะผสมผสานตามความต้องการใช้งานเป็นหลัก หรือแม้แต่เลือกซื้อเพียงบางส่วนของบริการก็ได้

“เมื่อการควบรวมสำเร็จ การบริหารจัดการง่ายขึ้น การทำตลาดก็ง่ายขึ้น เปิดโอกาสให้ลูกค้ามีทางเลือกมากขึ้นในอุปกรณ์เครือข่าย ที่แต่เดิมมีรายหลักเพียงหนึ่งเดียว แต่ตอนนี้เอชพีที่เสริมความแข็งแกร่งพร้อมมาให้บริการด้วย” นายเลียง กล่าว

นั่นหมายความว่า เอชพีสามารถทำตลาดเข้าไปยังผู้ใช้ที่ใช้เน็ตเวิร์กกิงของ 3 คอม หรือผู้ใช้ที่ใช้เซิร์ฟเวอร์และสตอเรจของเอชพีอยู่แล้ว ก็สามารถนำเสนอเน็ตเวิร์กกิง 3 คอม เข้าไปได้เช่นกัน นี่คือกลุ่มเป้าหมายอันดับแรก ซึ่งจะเป็นกลุ่มองค์กรขนาดใหญ่ เช่น ธนาคาร ประกันภัย โทรคมนาคม อุตสาหกรรมการผลิต ค้าปลีก และจะขยายต่อไปยังกลุ่มใหม่ๆ ต่อไป เช่น องค์กรขนาดกลาง ธุรกิจสาขา เป็นต้น

ศักดิ์ชาย ปัญญจเร ผู้อำนวยการหน่วยธุรกิจเอชพีเน็ตเวิร์กกิง กลุ่มธุรกิจเอ็นเทอร์ไพร์ซ บิซิเนส ของเอชพี กล่าวว่า การทำการตลาดด้านเน็ตเวิร์กกิงกับ 3 คอมมา 14 ปี ทำให้รู้จุดแข็งจุดอ่อนดี การรวมกับเอชพีทำให้แข็งแกร่งขึ้น เปิดโอกาสมากขึ้นโดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่ของเอชพี

นอกจากลูกค้าแล้ว พันธมิตรทั้งแวลูซิสเต็มส์, เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น และซินเน็กส์ ก็สามารถทำตลาดได้ง่ายขึ้นด้วย

ปัจจุบันเอชพีมีส่วนแบ่งการตลาดในธุรกิจนี้ประมาณ 35% แต่เป้าหมายคือ การขึ้นเป็นอันดับ 1 ให้ได้

ด้านการ์ทเนอร์บริษัทวิจัยการตลาดก็เห็นว่า การรวมกันทำให้เอชพีมีศักยภาพมากขึ้น จนใกล้เคียงกับซิสโก้ฯ มากแล้ว

โครงสร้างภายในเอชพีที่มีการปรับใหม่ภายใต้ชื่ออีเอสเอสเอ็น คือเน้นการทำตลาดองค์กรขนาดใหญ่ โดยนำเสนอผลิตภัณฑ์เป็นแพ็กเกจรวมทั้งเซิร์ฟเวอร์ สตอเรจ และเน็ตเวิร์กกิง ยังไม่นับกลุ่มธุรกิจบริการซอฟต์แวร์ กลุ่มธุรกิจเอ็นเทอร์ไพร์ซ และกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยี ที่จะทำงานกันเป็นทีมภายใต้กลยุทธ์หลอมรวมโครงสร้างพื้นฐาน

แต่หากลูกค้าต้องการอุปกรณ์เพียงบางส่วนก็สามารถทำได้ เพราะเป็นระบบตลาดเสรี และการที่เป็นระบบเปิดทำให้สามารถทำงานร่วมกันได้กับอุปกรณ์ทุกแบรนด์

แม้จะมีเสียงลือเสียงเล่าอ้างว่า ผู้ใช้บริการทั้งหลายยังไม่มั่นใจและสับสนกับการซื้อกิจการ 3 คอม ของเอชพี แต่เอชพียืนยันว่านี่คือหมากสำคัญที่ทำให้เอชพีสมบูรณ์ขึ้น ซึ่งเป้าหมายคือต้องการขึ้นเป็นผู้นำอันดับ 1 ในตลาดเน็ตเวิร์กกิง โดยขอเวลา 12 เดือนจากนี้

การก้าวเข้ามาในตลาดเน็ตเวิร์กกิงของเอชพีครั้งนี้ ย่อมส่งผลกระทบถึงเจ้าตลาดเดิมอย่างซิสโก้ฯ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ซิสโก้ฯ เองก็ไม่ได้ปล่อยให้คู่แข่งรุกแต่ฝ่ายเดียว เพราะก่อนหน้านี้ซิสโก้ฯ ก็ประกาศบุกตลาดเซิร์ฟเวอร์อย่างเต็มรูปแบบเช่นกัน เพราะต้องการสร้างระบบการทำงานเสมือนแบบครบวงจรให้ระบบคอมพิวเตอร์ทั้งหมดสามารถรวมเป็นหนึ่งเดียวได้

การประกาศครั้งนั้นส่งผลถึงทั้งเอชพีและไอบีเอ็มด้วย ทั้งในฐานะคู่แข่งและพันธมิตร เพราะเซิร์ฟเวอร์ในรูปแบบเบลดหรือเซิร์ฟเวอร์ขนาดบาง ไอบีเอ็มและเอชพีเป็นผู้ครองตลาดหลักอยู่

ส่วนความเป็นพันธมิตรกันระหว่างกันอาจมีผลกระทบ เพราะเอชพีเองคงเลือกที่จะเสนอผลิตภัณฑ์ของตัวเองเป็นหลัก เช่นเดียวกับซิสโก้ฯ ที่คงเสนอสินค้าที่มีอยู่ครบไลน์อยู่แล้วเช่นกัน

การวิเคราะห์จากไอดีซีเชื่อว่าซิสโก้ฯ ไม่ได้มุ่งหวังเป็นเบอร์หนึ่งในตลาดเซิร์ฟเวอร์ แต่จะเน้นทำตลาดลูกค้าเฉพาะกลุ่มโดยเฉพาะองค์กรขนาดใหญ่ที่มีหลายสาขา หรือต้องให้บริการคนจำนวนมาก ทำข้อมูลได้แบบเรียลไทม์ เช่น ธนาคารโทรคมนาคมและหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งแน่นอนว่าเป็นตลาดที่อยู่ในแลนด์มาร์กของเอชพีและไอบีเอ็มเช่นเดียวกัน

ครึ่งปีหลังต้องจับตาให้ดีว่า การเข้าทำตลาดของเอชพีที่ยืนยันว่าแข็งแกร่งพร้อมก้าวขึ้นอันดับหนึ่ง ธุรกิจเน็ตเวิร์กกิงจะเดินหน้าเกมการแข่งขันอย่างไร เพื่อพิชิตเจ้าตลาดเดิม หรือจะเป็นซิสโก้ฯ ที่จะสอดแทรกขึ้นมาในตลาดเซิร์ฟเวอร์ได้สำเร็จ แต่ต้องไม่ลืมว่ายังมีพี่ใหญ่ไอบีเอ็มอยู่อีกรายหนึ่งเช่นกัน

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน