
สตาร์บัคส์ลุ้นครึ่งปีหลังฟื้นเข้าเป้า
โพสต์ทูเดย์
— สตาร์บัคส์ หวังปีนี้เติบโต 2 หลัก หากนักท่องเที่ยวมาไทย พร้อมโหนกระแสรักโลก เดินหน้าปรับปรุงสาขา คาด 5 ปีครบ 133 สาขาทั่วประเทศนายเมอร์เรย์ ดาร์ลิ่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท สตาร์บัคส์ คอฟฟี่ ไทยแลนด์ เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งปีแรกที่ประเทศไทยประสบปัญหาทางการเมือง แต่ภาพรวมรายได้ของบริษัทยังคงเติบโตได้ 8% แม้จะไม่เป็นไปตามเป้าที่วางไว้เป็นตัวเลข 2 หลัก ดังนั้นบริษัทจึงปรับเป้าเติบโตทั้งปีนี้ไว้ที่ 8% แต่ถ้าในช่วงครึ่งปีหลังนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางกลับมาท่องเที่ยวในประเทศไทย บริษัทยังหวังว่ารายได้ในปีนี้จะเติบโตเป็นตัวเลข 2 หลัก ตามเป้าเดิมที่ตั้งไว้ก่อนมีเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมือง
สำหรับแผนการดำเนินงานหลักในปีนี้ บริษัทวางแผนที่จะขยายสาขาใหม่ให้ได้ 10 สาขา โดยในครึ่งปีแรกเปิดไปแล้ว 5 สาขา และในครึ่งปีหลังอีก 5 สาขา ภายใต้คอนเซปต์ร้านใหม่ที่เน้นความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือ กรีน คอนเซปต์ รวมไปถึงการปรับปรุงสาขาเดิมที่มีอยู่ 133 สาขา ให้อยู่ภายใต้รูปแบบเดียวกัน บริษัทคาดว่าภายใน 5 ปีข้างหน้าจะสามารถดำเนินการเสร็จสิ้น
ทั้งนี้ การปรับปรุงสาขาเก่าและการสร้างสาขาใหม่ให้อยู่ในรูปแบบกรีน คอนเซปต์ เช่น การใช้หลอดไฟ แอลอีดี ที่ประหยัดพลังงาน การแยกขยะภายในร้าน การลดการใช้น้ำ เป็นต้น ส่วนสัดส่วนลูกค้าของสตาร์บัคส์ในปัจจุบันแบ่งเป็นคนไทย 75% นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 1015% และ 10% เป็นชาวต่างชาติที่อาศัยและทำงานอยู่ในประเทศไทย
ล่าสุด บริษัทได้ทำการวิจัยผู้บริโภคกาแฟในประเทศไทยจากผู้ตอบแบบสอบถาม 300 คน อายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไป ระหว่างวันที่ 22 มี.ค.4 เม.ย. พบว่าคนไทยนิยมดื่มกาแฟนอกบ้านหรือซื้อกาแฟตามร้านกาแฟถึง 75% หรือคิดเป็นการดื่มกาแฟนอกบ้าน 5 วันต่อสัปดาห์ หรือคิดเป็น 62.5% จาก 3 ปีที่แล้วที่มีการดื่มกาแฟนอกบ้านเพียง 3 วันต่อสัปดาห์
สำหรับผลการสำรวจความพึงพอใจจากร้านสตาร์บัคส์ บริษัทพบว่าในแต่ละเดือนบริษัทมียอดขายกาแฟมากกว่า 1 ล้านแก้ว และจากการเปิดตัว สตาร์บัคส์ ไทยแลนด์ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ ในระยะเวลาไม่ถึง 1 ปี ปัจจุบันมีสมาชิกแล้ว 5.7 หมื่นคน ซึ่งนับว่าบริษัทได้รับการตอบรับที่ดีจากการทำตลาดผ่านเว็บไซต์สังคมออนไลน์







