
หนี้เน่าบิ๊กล็อตฉุดสินเชื่อโตต่ำ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดหนี้เสียบริษัทใหญ่ฉุดสินเชื่อแบงก์พาณิชย์โตต่ำ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดหนี้เสียบริษัทใหญ่ฉุดสินเชื่อแบงก์พาณิชย์โตต่ำ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปภาพรวมสินเชื่อ เงินฝาก และสภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์ไทย 14 แห่ง ณ สิ้นเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา ว่า สินเชื่อเติบโตดีขึ้นในรอบ 4 เดือน โดยเงินให้สินเชื่อสุทธิเพิ่มขึ้น 2.03 หมื่นล้านบาท หรือ 0.2% จากเดือนก่อน และเพิ่มขึ้น 3.64% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน นำโดยสินเชื่อธุรกิจโดยเฉพาะกลุ่มเอสเอ็มอีที่ยังคงเป็นตัวนำในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่หากเทียบตั้งแต่ต้นปี 2558 ในช่วง 8 เดือนมานี้ อัตราการเติบโตของสินเชื่อยังอ่อนแออยู่ที่ 1.12%
อย่างไรก็ตาม สำหรับแนวโน้มสินเชื่อ ณ สิ้นไตรมาส 3 คาดว่าผลกระทบจากปัจจัยพิเศษด้านปัญหาหนี้เสียในบริษัทขนาดใหญ่บางแห่งจะกดดันการเติบโตของสินเชื่อสุทธิในระบบ ซึ่งเมื่อรวมกับปัจจัยนโยบายการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดอยู่แล้วของธนาคารพาณิชย์ และการเบิกใช้สินเชื่อที่ระมัดระวังของภาคเอกชน น่าจะทำให้สินเชื่อสุทธิจบไตรมาส 3 โตต่ำกว่า 4% หรือต่ำกว่าในปี 2557 ที่เติบโตได้ 5.6%
นอกจากนี้ แม้ว่าช่วงไตรมาส 4 จะได้ปัจจัยบวกทางฤดูกาล และมาตรการช่วยเหลือเอสเอ็มอีของภาครัฐ แต่จากปัจจัยลบดังกล่าว บวกกับฐานที่สูงในปีที่แล้ว และการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ล่าช้ากว่าที่คาด จึงเชื่อว่าการขยายตัวของสินเชื่อในปี 2558 นี้ จะโตได้แค่กรอบล่างของกรอบประมาณการ 4-6% เท่านั้น
ทั้งนี้ หากสินเชื่อขยายตัวได้ราว 4% จะเป็นการเติบโตที่ลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน จากที่เติบโตได้ 5% ในปี 2557 และเติบโตในตัวเลข 2 หลักในช่วงก่อนหน้านี้
สำหรับในด้านเงินฝากนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า เงินฝากในเดือน ส.ค.กลับมาเป็นบวกเล็กน้อยที่ 3,390 ล้านบาท หรือ 0.03% จากเดือนก่อนหน้า ซึ่งเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน ทว่าหากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ยังคงติดลบ 0.5% เนื่องจากภาวะดอกเบี้ยต่ำกระตุ้นให้เกิดการย้ายเงินลงทุนไปในสินทรัพย์ประเภทอื่น ประกอบกับการแข่งขันด้านเงินฝากยังไม่มีความชัดเจน อันเป็นผลจากสินเชื่อที่ขยายตัวในระดับค่อนข้างต่ำ
ขณะที่สภาพคล่องในเดือน ส.ค.ค่อนข้างทรงตัวจากเดือนก่อน ท่ามกลางการบริหารเงินฝากของธนาคารให้เติบโตใกล้เคียงกับเงินให้สินเชื่อเพื่อลดต้นทุนการดำเนินงาน ส่งผลส่วนเงินให้สินเชื่อรวมต่อเงินฝากรวมกับตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืม (LTD) ปรับตัวในกรอบแคบๆ โดยตึงตัวขึ้นเล็กน้อยจากสิ้นเดือนก่อนหน้ามาที่ 86.95% ส่วนทิศทางสภาพคล่องยังมีโจทย์หลักที่การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินเพื่อประคองส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยท่ามกลางต้นทุนสินเชื่อที่ปรับตัวสูงขึ้น







