
กล่อมทุนญี่ปุ่นเชื่อมั่นไทย
อภิสิทธิ์ยืนยันเศรษฐกิจโต7%เร่งลงทุนภาครัฐฟื้นท่องเที่ยว
โพสต์ทูเดย์
— นายกฯ แจงนักลงทุนญี่ปุ่น พร้อมเร่งรัดโครงการลงทุนภาครัฐให้ได้ตามกำหนดฟื้นฟูท่องเที่ยว หวังดันเศรษฐกิจปีนี้โต 7%นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษในงาน
“นายกรัฐมนตรีพบนักธุรกิจญี่ปุ่น” ซึ่งจัดโดยสมาคมไทยญี่ปุ่น ร่วมกับหอการค้าญี่ปุ่น กรุงเทพฯ (เจซีซี) เพื่อให้นักธุรกิจญี่ปุ่นและไทยกว่า 300 คน ได้รับทราบนโยบายรัฐบาลไทย สถานการณ์การเมืองประเทศไทย สถานการณ์และอนาคตเศรษฐกิจไทย โดยนายกรัฐมนตรียืนยันจะเร่งผลักดันนโยบายต่างๆ เพื่อให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ 7% ขอให้นักลงทุนมั่นใจในการดำเนินงานของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์คาดว่าปีนี้เศรษฐกิจไทยจะเติบโตได้ 6% เศษ ในขณะที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) คาดว่าจะเติบโต 7% ซึ่งปัจจัยที่จะทำให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ถึง 7% ได้หมายถึงว่ารัฐบาลจะต้องเร่งรัดโครงการลงทุนภาครัฐให้เป็นไปตามกำหนด การเร่งฟื้นฟูภาคการท่องเที่ยวให้ฟื้นกลับมาให้ได้
สำหรับภาคอื่นๆ ยังคงเดินหน้าต่อไปได้ ไม่ว่าเป็นภาคการเกษตร ภาคอุตสาหกรรม กำลังการผลิตโดยทั่วไปยังคงเดินหน้าไปได้ ในขณะที่ภาคเกษตรปีหน้ามีปัญหาเรื่องขาดแคลนน้ำ จึงมอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไปพิจารณาหาแนวทางว่าปีหน้าพื้นที่ทำนาปรังเหลือน้อยจะมีวิธีการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้อย่างไร
นายกรัฐมนตรี ระบุว่า นักลงทุนญี่ปุ่นยังคงเป็นนักลงทุนที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทยอันดับ 1 มียอด ลงทุนสูงกว่านักลงทุนชาติอื่นๆ ขณะนี้ ภาพรวมพื้นฐานถือว่าเศรษฐกิจไทยมีความเข้มแข็งพอสมควร เนื่องจากอัตราการขยายตัวในด้านต่างๆ ดีแทบทุกรายการ เพียงแต่ขณะนี้ยังคงได้รับผลกระทบทางด้านภาคธุรกิจท่องเที่ยวเท่านั้น หากรัฐบาลสามารถสร้างความมั่นใจในเรื่องความมั่นคงได้ก็จะดีกว่านี้
นายกรัฐมนตรี ยังยืนยันว่า เสถียรภาพทางเศรษฐกิจระยะกลางและระยะยาวของประเทศไทยล้วนอยู่ในการควบคุมของรัฐบาลทั้งทุนสำรองระหว่างประเทศ อัตรา แลกเปลี่ยนเงินตราและเงินเฟ้อ ทุกอย่างอยู่ในเกณฑ์ดีมาก
ขณะที่ผลกระทบที่ยังเป็นปัญหาจากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองนั้นรัฐบาลกำลังหาทางแก้ไขต่อไป เช่น การช่วยเหลือธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ การสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมทั้งกรณีมาบตาพุดที่ยังมีผลกระทบกับโครงการลงทุนต่างๆ
“
แรงกดดันทั้งหมดคาดว่าภายในสิ้นปีนี้น่าจะสามารถคลี่คลายข้อสงสัยและบรรยากาศของความไม่แน่นอนในเรื่องเหล่านี้ไปได้” นายกรัฐมนตรี กล่าวนายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ปัญหาการลงทุนในมาบตาพุดขณะนี้นั้น นักลงทุนญี่ปุ่นและนักลงทุนต่างชาติ ก็ไม่ได้ติดใจ เห็นได้จากนักลงทุนยังคงประกาศขยายการลงทุนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ส่วนการเลื่อนการประกาศประเภทกิจการที่ส่งผลกระทบรุนแรงออกไปนั้น ไม่ใช่การล่าช้า แต่กำลังเดินหน้าในการแก้ไขปัญหาเพื่อให้มีมาตรฐานที่สูงขึ้น จะได้ไม่มีปัญหาในวันข้างหน้าอีก เพราะจะทำให้เป็นปัญหาอุปสรรคต่อการลงทุนโดยรวม







