
กรมชลฯโอดขาดน้ำทำนาอ่วม10ล้านไร่
กรมชลฯ หัวหมุนคาดเหลือน้ำเพื่อการเกษตรเพียง 177 ล้าน ลบ.ม. ชาวนาเดือดร้อนแน่
กรมชลฯ หัวหมุนคาดเหลือน้ำเพื่อการเกษตรเพียง 177 ล้าน ลบ.ม. ชาวนาเดือดร้อนแน่
นายสุเทพ น้อยไพโรจน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน ได้เรียกประชุมด่วนผู้อำนวยการโครงการชลประทานใน 22 จังหวัดลุ่มน้ำเจ้าพระยา เพื่อชี้แจงมาตรการควบคุมการบริหารจัดการน้ำ ปี 2558/2559 และทำความเข้าใจกับเกษตรกรถึงการงดส่งน้ำในพื้นที่เกษตรที่กระทบภัยแล้ง เนื่องจากปริมาณน้ำใน 4 เขื่อนหลักมีจำกัด
ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าสิ้นสุด ฤดูฝนจะมีน้ำ 3,677 ล้านลูกบากศ์เมตร (ลบ.ม.) จากการประชุม ร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่า หลังจากนี้ฝนจะตกในภาคเหนือและภาคกลางตอนล่างน้อยมาก โอกาสเกิดพายุไม่มี ซึ่งได้วิเคราะห์สถานการณ์ว่า ณ วันที่ 1 พ.ย. 2558 จะมีน้ำในเขื่อนภูมิพลประมาณ 896-900 ล้าน ลบ.ม.
ขณะที่เขื่อนสิริกิติ์มี 1,700-1,800 ล้าน ลบ.ม. โดยทั้งสองเขื่อนจะมีปริมาณน้ำใช้การได้ประมาณ 2,700 ล้าน ลบ.ม. สำหรับเขื่อน ป่าสักชลสิทธิ์ เขื่อนแควน้อย บำรุงแดน จะมีปริมาณน้ำไม่ถึง 900 ล้าน ลบ.ม. ถือว่าน้อยที่สุดตั้งแต่สร้างเขื่อนมา
อย่างไก็ตาม ได้กำหนดบริหารจัดการน้ำในฤดูแล้งช่วงวันที่ 1 พ.ย. 2558-30 เม.ย. 2559 สำหรับอุปโภคบริโภค 1,100 ล้าน ลบ.ม. รักษาระบบนิเวศ 1,400 ล้าน ลบ.ม. และสำรองไว้ถึงฤดูแล้งช่วงเดือน พ.ค.ก.ค. 2559 อีก 1,000 ล้าน ลบ.ม. จึงจะเหลือน้ำทำการเกษตรเพียง 177 ล้าน ลบ.ม. สำหรับกลุ่มไม้ผลและอ้อยในบางพื้นที่เท่านั้น
นายสุเทพ กล่าวว่า คาดว่าจะมีเกษตรกรได้รับผลกระทบประมาณ 3.7 ล้านครัวเรือน ในพื้นที่ 10 ล้านไร่ ส่วนการทำนาปรังแม้คณะรัฐมนตรีจะไม่ได้ประกาศห้ามก็ควรงดเพราะเสี่ยงเสียหายทั้งหมด แม้จะกราบก็ต้องกราบโดยขอความร่วมมือ และชี้แจงกลุ่มผู้ใช้น้ำว่ากรมจะปิดสถานีสูบน้ำเพื่อการเกษตรในลุ่มน้ำเจ้าพระยาทั้ง 355 แห่ง
ทั้งนี้ รวมถึงสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าขององค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่นทั้ง 207 แห่ง โดยจะเปิด-ปิดเฉพาะการสูบน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคเท่านั้น คลองใดที่ต้องส่งน้ำเข้ารักษาความปลอดภัยก็จะพิจารณาตามความจำเป็นจริงๆ หากเกษตรกรลักลอบสูบน้ำคลองและตลิ่งจะพัง
"ปีนี้วิกฤตจริงๆ หากประกาศงดทำนาก็จะไม่ยากเท่านี้ แต่เมื่อไม่มีประกาศงดจะยากยิ่งกว่า ฉะนั้นขอให้เจ้าหน้าที่ทุกสำนักจริงจังในการลงพื้นที่ชี้แจงกับประชาชน" นายสุเทพ กล่าว
นายสุเทพ กล่าวด้วยว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่สำนักชลประทานเร่งลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับประชาชนถึง 6 มาตรการในการแก้ปัญหา ตั้งแต่วันที่ 25 ก.ย.เป็นต้นไป







