
ทันสถานการณ์
โดย...บพ.ผ่าโครงสร้างโยกย้ายบุคลากร
โดย...บพ.ผ่าโครงสร้างโยกย้ายบุคลากร
นางปาริชาต คชรัตน์ อธิบดีกรมการบินพลเรือน (บพ.) เปิดเผยว่า หลังจากคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบออก พ.ร.ก. 3 ฉบับ เพื่อปรับปรุงโครงสร้างองค์กรการบินพลเรือน ทำให้ต้องเริ่มกระบวนการจัดสรรบุคลากรที่มีอยู่ราว 1,700 คน เป็นส่วนกลาง 600 คน และประจำท่าอากาศยาน 1,100 คน เพื่อแยกหน่วยงานและภาระหน้าที่ให้ชัดเจน โดยจะใช้เวลา 1 เดือน จัดสรรบุคลากรที่มีอยู่ให้ไปรับหน้าที่ตามสังกัดต่างๆ
ขณะเดียวกัน จะต้องเปิดสรรหาบุคลากรที่มีความสามารถตอบโจทย์การดำเนินงานของหน่วยงานนั้นๆ ให้เข้ามารับตำแหน่งอย่างครบถ้วน ซึ่งที่ผ่านมากรมได้ดำเนินการเปิดรับบุคลากรและผู้เชี่ยวชาญในบางส่วนแล้ว โดยมั่นใจว่าการปรับโครงสร้างกรมการบินพลเรือนครั้งใหญ่นี้ จะแก้ปัญหาตามที่องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ชี้แจงข้อบกพร่องไว้ได้ตามกำหนด
นางปาริชาต กล่าวว่า รายละเอียดโครงสร้างการแยกองค์กรครั้งนี้ หลักๆ จะแบ่งออกเป็น 4 หน่วยงาน ประกอบไปด้วย สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ทำหน้าที่กำกับดูแล และรูปแบบจะเป็นหน่วยงานที่จัดตั้งโดยรัฐ ที่ไม่ใช่หน่วยงานราชการ ไม่ใช่หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ แต่เป็นหน่วยงานอิสระ มีรายได้หลักมาจากการเก็บค่าธรรมเนียมการบิน และจัดสรรงบประมาณจากรัฐเท่าที่จำเป็น
นอกจากนี้ มีสำนักงานคณะกรรมการสอบสวนอุบัติเหตุและอุบัติภัยรุนแรงของอากาศยาน ขึ้นตรงกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สังกัดกระทรวงมหาดไทย สำนักงานคณะกรรมการค้นหาช่วยเหลืออากาศยานและเรือประสบภัยแห่งชาติ ขึ้นตรงกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และกรมท่าอากาศยาน เป็นหน่วยงานราชการ สังกัดกระทรวงคมนาคม ดูแลท่าอากาศยานทั้ง 28 แห่ง
เพิ่มความถี่ตรวจสถานีรถไฟฟ้า
พล.ต.ชาติชาย ประดิษพงษ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาดและประชาสัมพันธ์ บริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ (BMCL) แจ้งว่า บริษัทได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความถี่ในการออกตรวจพื้นที่บริเวณโดยรอบสถานีมากขึ้น และยกระดับการรักษาความปลอดภัยจากเดิมที่ได้ตรวจสัมภาระเฉพาะกระเป๋าที่ตรวจด้วยเครื่องสแกนแล้วสัญญาณเตือนเท่านั้น แต่ปัจจุบันได้สุ่มตรวจสัมภาระกระเป๋า ถุงผ้าทุกราย เพื่อความปลอดภัย โดยปัจจุบันมีผู้โดยสาร 2.8 แสนเที่ยว/วัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนราว 6-7%







