posttoday
ปรับเกณฑ์ลดหย่อนภาษี

ปรับเกณฑ์ลดหย่อนภาษี

24 กันยายน 2558

มีเรื่องน่ารู้สำหรับประชาชนที่มีหน้าที่จะต้องเสียภาษี ซึ่งส่วนใหญ่จะซื้อประกันชีวิต และการซื้อกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (แอลทีเอฟ) กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (อาร์เอ็มเอฟ) เพื่อขอลดหย่อนภาษี แต่การจ่ายภาษีปีนี้กรมสรรพากรได้มีการเปลี่ยนหลักเกณฑ์การคำนวนภาษีใหม่

มีเรื่องน่ารู้สำหรับประชาชนที่มีหน้าที่จะต้องเสียภาษี ซึ่งส่วนใหญ่จะซื้อประกันชีวิต และการซื้อกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (แอลทีเอฟ) กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (อาร์เอ็มเอฟ) เพื่อขอลดหย่อนภาษี แต่การจ่ายภาษีปีนี้กรมสรรพากรได้มีการเปลี่ยนหลักเกณฑ์การคำนวนภาษีใหม่

โดยเมื่อวันที่ 11 ก.ค. 2558 ที่ผ่านมากรมสรรพากรมีการเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ในการลดหย่อนภาษีและการซื้อแอลทีเอฟและอาร์เอ็มเอฟไปแล้ว

ล่าสุด เมื่อวันที่ 11 ก.ย. 2558 ที่ผ่านมากรมสรรพากรมีการเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์การคำนวนในการลดหย่อนภาษีจากเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ โดยทั้งสองจะมีผลบังคับใช้ในปี 2558 นี้เป็นต้นไป

ทั้งนี้ เกณฑ์การลดหย่อนภาษีทั้งจากการซื้อแอลทีเอฟและอาร์เอ็มเอฟ รวมถึงการซื้อเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญที่กรมสรรพากรกำหนดขึ้นมาใหม่ เกี่ยวกับเงินได้ที่ใช้เป็นฐานคำนวณสิทธิลดหย่อน โดย
กำหนดว่าเป็น “เงินได้พึงประเมินที่ได้รับซึ่งต้องเสียภาษีเงินได้ในแต่ละปี” เปลี่ยนจากเดิมที่กำหนดไว้ว่าเป็น “เงินได้พึงประเมิน” ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นไป

เงินได้พึงประเมินที่ได้รับซึ่งต้องเสียภาษีเงินได้ในแต่ละปี หมายถึง รายได้ที่เสียภาษีเท่านั้น ซึ่งต่างจากเดิมที่สามารถนำรายได้ที่แสดงในแบบภาษีเงินได้ (ภ.ง.ด.) ทั้งหมด ทั้งรายได้ที่เสียภาษีและไม่เสียภาษี มาเป็นฐานในการคำนวณ สำหรับรายได้ไม่เสียภาษีมีหลายอย่างด้วยกัน เช่น เงินรางวัลจากการถูกสลากกินแบ่งรัฐบาล กำไรจากการขายแอลทีเอฟที่ขายคืนแบบถูกเงื่อนไข เป็นต้น

ยกตัวอย่างเช่น ถ้ามีรายได้ทั้งปี 5 แสนบาท ถูกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลได้เงิน 2 แสนบาท

เกณฑ์เดิม เงินรางวัลจากสลากกินแบ่งรัฐบาลสามารถนำมารวมเป็นฐานเงินได้เพื่อใช้สิทธิลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ ก็จะลดหย่อนได้สูงสุด 15%x7 แสนบาท = 1.05 แสนบาท แต่ตอนนี้การคิดคำนวนภาษีตามเกณฑ์ใหม่ ซึ่งลดหย่อนได้สูงสุด 15%x5 แสนบาท = 7.5 หมื่นบาท

ดังนั้น ตั้งแต่ปี 2558 สิทธิลดหย่อนภาษีจากเบี้ยประกันชีวิตจะเท่ากับ 15% ของเงินได้พึงประเมินที่ได้รับซึ่งต้องเสียภาษีเงินได้ในปีนั้น สูงสุดไม่เกิน 2 แสนบาท และเมื่อรวมกับเงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ และเงินค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ ต้องไม่เกิน 5 แสนบาท

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน