
แก้อันเดอร์ไรท์ทิ้งหุ้น
ก.ล.ต.ซาวเสียงห้ามอันเดอร์ไรท์ขายหุ้นไอพีโอ 15 วัน หลังพบส่วนใหญ่ถล่มขาย 1-2 วัน
ก.ล.ต.ซาวเสียงห้ามอันเดอร์ไรท์ขายหุ้นไอพีโอ 15 วัน หลังพบส่วนใหญ่ถล่มขาย 1-2 วัน
รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ระบุว่า ก.ล.ต.อยู่ระหว่างเปิดรับฟังความคิดเห็น แก้ไขร่างประกาศเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ จนถึงวันที่ 13 ต.ค.นี้ เพื่อผ่อนคลายหลักเกณฑ์ให้มีความยืดหยุ่น ลดอุปสรรคในการประกอบธุรกิจ และให้สอดคล้องกับภาวะปัจจุบัน
สาระสำคัญของร่างประกาศ คือ การป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ของผู้บริหารของผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย (อันเดอร์ไรท์) ก.ล.ต. พบว่า ในการเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชนในครั้งแรก (ไอพีโอ) มีผู้บริหารของผู้จัดจำหน่ายฯ ได้หลักทรัพย์ที่รับจัดจำหน่ายมาก่อนวันจัดจำหน่ายไม่นาน และได้ขายหลักทรัพย์ดังกล่าวในช่วงสองวันแรกที่หลักทรัพย์เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่แสดงถึงความขัดแย้งทางผลประโยชน์
“ผู้บริหารของผู้จัดจำหน่ายฯ ที่ทำหน้าที่เสนอขายหลักทรัพย์ให้ผู้ลงทุน แต่กลับเป็นผู้ขายเมื่อหลักทรัพย์เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ จึงเห็นควรปรับปรุงหลักเกณฑ์ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้นจากการทำหน้าที่จัดจำหน่ายหลักทรัพย์”
สำหรับหลักเกณฑ์ที่เสนอปรับปรุงข้อห้ามจัดสรรหลักทรัพย์ให้ผู้เกี่ยวข้องของผู้จัดจำหน่าย เช่น บริษัทประกันชีวิต หรือหน่วยทรัสต์ของทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (หน่วยรีท) รวมถึงผู้บริหาร พนักงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดจำหน่าย และบริษัทหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องขายหลักทรัพย์นั้น ตั้งแต่วันปิดการเสนอขายจนถึง วันที่หลักทรัพย์ดังกล่าวเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แล้วเป็นเวลา 15 วัน เว้นแต่ได้ถือครองหลักทรัพย์นั้นมาเกินกว่า 2 ปีก่อนวันที่ยื่นคำขออนุญาตเสนอขาย หรือไฟลิ่ง และร่างหนังสือชี้ชวนต่อสำนักงาน และจำนวนหลักทรัพย์ที่ผู้จัดจำหน่ายฯ ผู้บริหาร พนักงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ดังกล่าว หรือบริษัทหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องขาย รวมแล้วต้องไม่เกิน 1% ของจำนวนหลักทรัพย์ที่ได้ยื่นขออนุญาตเสนอขายต่อสำนักงาน
ทั้งนี้ เหตุผลการห้ามขายหลักทรัพย์เป็นเวลา 15 วันมีจุดมุ่งหมายเพื่อลดโอกาสเกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์จากการให้หลักทรัพย์แก่ผู้จัดจำหน่ายฯผู้บริหาร พนักงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อจะได้มีแรงจูงใจในการแนะนำให้ลูกค้าซื้อ และให้บุคคลดังกล่าวสามารถขายทำกำไรในช่วงแรกที่หลักทรัพย์เข้าซื้อขายในตลาด
อย่างไรก็ดี ได้กำหนดข้อยกเว้นให้ขายหลักทรัพย์ได้ถ้าถือครองหลักทรัพย์นั้นมาก่อนเป็นเวลานานเกินกว่า 2 ปี ซึ่งเป็นระยะเวลาที่สอดคล้องกับการสามารถรับทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน หรือผู้จัดจำหน่ายฯ ได้ แต่จำนวนหลักทรัพย์ที่ขายรวมแล้วต้องไม่เกิน 1% ของจำนวนหลักทรัพย์ที่ได้ยื่นขออนุญาตเสนอขายต่อสำนักงานเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อปริมาณการซื้อขาย หรือราคาของหลักทรัพย์ในตลาดหลัก ทรัพย์ในช่วงเวลาต้องห้ามดังกล่าว
สาระสำคัญอีกเรื่องหนึ่งคือการกำหนดให้มีการจัดทำบทวิเคราะห์ ปัจจุบันพบว่าหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กไม่มีบทวิเคราะห์ที่จัดทำโดยบริษัทหลักทรัพย์ หรือผู้จัดจำหน่ายฯ ทำให้ผู้ลงทุนไม่มีข้อมูลที่เพียงพอประกอบการตัดสินใจซื้อขายหุ้นดังกล่าว หรือไม่สามารถตัดสินใจลงทุนได้เหมาะสมกับความสามารถในการยอมรับความเสี่ยงในการลงทุนของตนเอง หรืออาจขาดโอกาสในการลงทุนในหุ้นที่มีศักยภาพ
หลักเกณฑ์ที่เสนอแก้ไข เพิ่มเติม ข้อกำหนดให้ผู้จัดจำหน่ายฯ ที่มีส่วนในการกำหนดราคา (Lead Underwriter) ต้องออกบทวิเคราะห์หุ้น ไอพีโอ ที่เสนอขายเป็นรายไตรมาส ติดต่อกันอย่างน้อย 4 ไตรมาส โดยครั้งแรกต้องดำเนินการภายใน 90 วันหลังปิดการเสนอขายหรือวันที่จัดหาหุ้นส่วนเกินได้ครบ แล้วแต่กรณี เพื่อให้ผู้ลงทุนมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจลงทุนอย่างต่อเนื่องระยะหนึ่ง ในขณะเดียวกันข้อกำหนดดังกล่าวจะช่วยให้ผู้จัดจำหน่ายฯ มีความรับผิดชอบในการคัดเลือกและการกำหนดราคาเสนอขายหลักทรัพย์ที่รับจัดจำหน่ายมากยิ่งขึ้น
“ร่างประกาศนี้ออกมาเพื่อรองรับและผ่อนปรนให้ บลจ.ในกลุ่มของอันเดอร์ไรท์ สามารถซื้อหน่วยลงทุนของรีทได้ จากก่อนหน้านี้ห้ามไว้ รวมถึงผ่อนปรนให้อันเดอร์ไรท์ที่ขายหุ้นไม่หมดเหลือแล้วต้องเก็บไว้ในพอร์ตเอง ให้ขายหุ้นได้” แหล่งข่าวระบุ
นอกจากนั้น ยังเห็นควรปรับปรุงประเภทหลักทรัพย์ที่เกี่ยวกับการเสนอขายตราสารหนี้ ซึ่งปัจจุบันกรณีการเสนอขายตราสารหนี้ซึ่ง ได้แก่ หุ้นกู้หุ้นกู้แปลงสภาพ หุ้นกู้อนุพันธ์ หรือศุกูก ต่อประชาชนเป็นการทั่วไป ยังไม่รวมถึงพันธบัตรและตั๋วเงิน จึงเห็นควรเพิ่มเติม “พันธบัตร” และ “ตั๋วเงิน” ให้สอด คล้องกับตราสารหนี้ประเภทอื่นๆ
อย่างไรก็ดี หลักเกณฑ์ที่เสนอแก้ไขให้สามารถจัดสรรพันธบัตรและตั๋วเงินที่มีการกำหนดมูลค่าของตั๋วเงิน และประโยชน์ตอบแทนไว้เป็นการล่วงหน้าในอัตราเท่ากันทุกฉบับ ให้กับบุคคลที่ต้องห้ามจัดสรรได้ หากเข้าเงื่อนไขที่ประกาศกำหนดเช่นกัน







