posttoday
เศรษฐกิจฐานราก ยาเก่าในขวดใหม่

เศรษฐกิจฐานราก ยาเก่าในขวดใหม่

22 กันยายน 2558

โดย...ดร.ธนิต  โสรัตน์

โดย...ดร.ธนิต  โสรัตน์

อาทิตย์ที่ผ่านมารัฐบาลเปิดตัวนโยบายเศรษฐกิจฐานรากในการประสานพลังประชาชนหรือที่เรียกว่าประชารัฐผนึกกำลังภาคธุรกิจ-ประชาชนและภาครัฐให้มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ โดยรัฐบาลต้องการที่จะยกระดับรายได้ให้ความมั่นคงของชีวิต โดยมุ่งเป้าไปที่เกษตรกรและผู้ใช้แรงงานซึ่งเป็นกลุ่มชนส่วนใหญ่ของประเทศให้พ้นจากความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำสร้างความเป็นธรรม

อันที่จริงเศรษฐกิจฐานรากไม่ใช่ของใหม่ รัฐบาลในอดีตได้เคยประกาศเป็นนโยบายแห่งชาติมาตั้งแต่ปี 2545 มีการตั้งกองทุนหมู่บ้านถึง 73,867 กองทุน ใช้เงินไปเป็นแสนล้านบาท การขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากหัวใจของความสำเร็จคงไม่ใช่แค่มีนโยบายที่เขียนไว้หรู แต่ขอให้มีแนวทางนำไปสู่การปฏิบัติและแก้ปัญหาความยากจนได้จริง

ทั้งนี้ หากมองย้อนหลังไป 10 กว่าปีซึ่งมาตรการคล้ายๆ กันนี้ ซึ่งต่อมาเรียกว่านโยบายประชานิยม พบว่าหลังจากเสียเงินเสียทองไปมากมายประชาชนยังยากจนมากขึ้นกว่าเดิม หนี้สินครัวเรือนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หากรัฐบาลจะเดินหน้ายุทธศาสตร์ดังกล่าวมาใช้ คงต้องนำบทเรียนในอดีตมาแก้ไขหาช่องโหว่

อย่างไรก็ตาม อดเป็นห่วงแนวทางการขับเคลื่อนเพราะเนื้อหาเป็นลักษณะการ  “ปฏิญญาและเจตนารมณ์” ทำให้ขาดความเป็นรูปธรรมอยู่ค่อนข้างมาก แถมยังออกไปในแนวทางเน้นเชิงที่เป็นปรัชญา เช่น การลดการเหลื่อมล้ำ ความมั่นคงในชีวิต สร้างความเป็นธรรมและฟื้นฟูทรัพยากรให้เป็นฐานรากเศรษฐกิจ ซึ่งข้อความเหล่านี้ปรากฏอยู่ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และในรายงานด้านวิชาการต่างๆ หลายแห่ง ซึ่งมักหาทางออกไปสู่การขับเคลื่อนได้ค่อนข้างยาก

หากรัฐบาลจะใช้ยุทธศาสตร์ในการแก้ปัญหาโดยมุ่งเน้นเศรษฐกิจฐานราก ควรเขียนให้ชัดๆ ว่า จะมีมาตรการและแผนกู้เศรษฐกิจอะไรบ้าง หากเป็นแผนเฉพาะหน้าจะแก้ปัญหาธุรกิจชะงักงัน การบริโภคชะลอตัว เกษตรกรเป็นหนี้สูง เอสเอ็มอีกำลังหมดแรง

ส่วนแผนระยะยาวเห็นผลอีกไกลก็คงต้องวางโรดแมปให้รัฐบาลหลังการเลือกตั้งเข้ามาดูแล เพราะหากรัฐบาลซึ่งบอกว่าจะอยู่ไม่ถึง 2 ปีคงมีเวลาไม่มาก เอาเรื่องใกล้ตัวเห็นผลไวๆ งานนี้ได้ใจประชาชนแน่นอน

ทั้งนี้ การกระตุ้นเศรษฐกิจจากล่างขึ้นบนเป็นแนวทางที่ควรได้รับการสนับสนุน แต่ขอให้มีเม็ดเงินจริงใส่เข้าไปเพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพ ในชนบทต้องทุ่มเงินไปมากๆ เบิกจ่ายให้เร็วๆ เงินนั้นให้ถึงมือประชาชน ไม่ใช่ผ่านผู้รับเหมาและต้องดูการรั่วไหลของงบประมาณ  เงินที่ไปอยู่ในมือของประชาชนฐานรากจะทำให้เกิดการบริโภค กระตุ้นให้เกิดการผลิตและการจ้างงาน ที่สุดการลงทุนก็จะตามมาเอง

ส่วนที่มีคนไปติติงว่าไปก๊อบปี้ของรัฐบาลในอดีต คงต้องขอร้องกันว่าเศรษฐกิจกำลังทรุดเช่นนี้ อย่าดึงเอาการเมืองเข้ามาแทรกในระหว่างการแก้ปัญหา จะคิดเองหรือจะไปลอกของใครไม่สำคัญ ขอให้เป็นนโยบายที่ดี โครงการดี แก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ตรงจุด คนป่วยยาจะเป็นของใครไม่สำคัญ ขอให้กินแล้วหาย กินแล้วไม่ตาย...

แค่นี้ก็พอครับ

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน