
ดีมานด์กระเตื้อง
ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีต่อทิศทางราคาข้าวในตลาดโลก เมื่อผลการเปิดประมูลนำเข้าข้าวขาว 25% ของหน่วยงานนำเข้าข้าวของฟิลิปปินส์ (NFA) ปริมาณ 7.5 แสนตัน เมื่อวันที่ 17 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยทั้งไทยและเวียดนามเสนอราคาขายข้าวเท่ากัน ที่ราคาส่งมอบข้าว ณ หน้าโกดังข้าวฟิลิปปินส์ (C.N.F.) ระดับ 426.6 เหรียญสหรัฐ/ตัน
ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีต่อทิศทางราคาข้าวในตลาดโลก เมื่อผลการเปิดประมูลนำเข้าข้าวขาว 25% ของหน่วยงานนำเข้าข้าวของฟิลิปปินส์ (NFA) ปริมาณ 7.5 แสนตัน เมื่อวันที่ 17 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยทั้งไทยและเวียดนามเสนอราคาขายข้าวเท่ากัน ที่ราคาส่งมอบข้าว ณ หน้าโกดังข้าวฟิลิปปินส์ (C.N.F.) ระดับ 426.6 เหรียญสหรัฐ/ตัน
เพราะล่าสุด (18 ก.ย.) ราคาข้าวขาว 5% ในตลาดในประเทศไทย ปรับเพิ่มขึ้น 200 บาท/ตัน โดยราคาขึ้นจาก 1.12 หมื่นบาท/ตัน เป็น 1.14 หมื่นบาท/ตัน ซึ่งเป็นผลจากการที่ไทยชนะประมูลขายข้าวให้ฟิลิปปินส์ เพราะเริ่มมีดีมานด์ใหม่มารองรับผลผลิตข้าวที่กำลังจะออกสู่ตลาดในช่วงปลายปีนี้
ชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ระบุว่า การประมูลข้าวฟิลิปปินส์รอบนี้ ไทยชนะการประมูลข้าวในปริมาณ 3 แสนตัน ส่วนเวียดนามชนะการประมูลข้าวในปริมาณ 4.5 แสนตัน ที่ราคาเท่ากัน คือ ระดับ 426.6 เหรียญสหรัฐ/ตัน (C.N.F.) เมื่อทอนกลับมาเป็นราคาส่งมอบ ณ ท่าเรือ (F.O.B) จะอยู่ที่ 346.6 เหรียญสหรัฐ/ตัน
“การประมูลรอบนี้รัฐบาลฟิลิปปินส์มีงบสูงกว่าการประมูลข้าวรอบที่ผ่านมา NFA จึงสามารถซื้อในราคาที่สูง ซึ่งราคานี้ถือว่าเป็นฮั่นเช้ง (ราคาตลาด) จากเดิมที่คาดว่าฟิลิปปินส์จะซื้อข้าวในราคาต่ำ” ชูเกียรติ ระบุ
ชูเกียรติประเมินว่าในช่วงที่เหลือของปีนี้ อินโดนีเซียซึ่งเป็นประเทศผู้นำเข้ารายสำคัญของโลก น่าจะเปิดนำเข้าข้าวล็อตใหญ่เช่นกัน โดยคาดว่าปริมาณนำเข้าน่าจะอยู่ที่ 5 แสนตัน เนื่องจากผลผลิตข้าวอาจลดลง เนื่องจากเผชิญสถานการณ์ภัยแล้งจากปรากฏการณ์เอลนินโญตั้งแต่กลางปีนี้ถึงปีหน้า
“แน่นอนว่าไทยและเวียดนามจะเป็นคู่แข่งในการเสนอขายข้าวให้กับรัฐบาลอินโดนีเซียเช่นเดิม และหากไทยชนะการประมูล จะทำให้ปลายปีนี้จนถึงกลางปีหน้า ไทยมีคำสั่งซื้อข้าวมารองรับผลผลิตฤดูกาลใหม่ และมีผลต่อจิตวิทยาราคาข้าวในตลาดของไทยให้ปรับตัวดีขึ้น” ชูเกียรติ กล่าว
ด้านรองประธานาธิบดีอินโดนีเซีย เปิดเผยกับสํานักข่าวบลูมเบิร์กว่า รัฐบาลอินโดนีเซียอาจตัดสินใจนำเข้าข้าว หากปรากฏการณ์เอลนินโญสร้างผลกระทบรุนแรงกว่าที่คาดไว้ และทำให้ผลิตข้าวเปลือกได้ลดต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 75 ล้านตัน
แต่ก็มีความเป็นไปได้สูงที่อินโดนีเซียจะเปิดนำเข้าข้าว เพราะเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาราคาข้าวในประเทศอินโดนีเซียเพิ่มขึ้นเพราะกังวลปรากฏการณ์เอลนินโญ







