posttoday
การออมและวินัยทางการเงิน (ต่อ)

การออมและวินัยทางการเงิน (ต่อ)

22 กันยายน 2558

โดย...อิสระ วงศ์รุ่ง

โดย...อิสระ วงศ์รุ่ง

สวัสดีครับ ผู้ติดตามคอลัมน์กระปุกเศรษฐกิจทุกท่าน ครั้งที่แล้วผมได้อธิบายที่มาและหลักเกณฑ์ของกองทุนการออมแห่งชาติ หรือ กอช. ไว้โดยละเอียด ซึ่งปัจจุบันประชาชนผู้มีสิทธิเป็นสมาชิกของ กอช.ก็ทยอยสมัครเป็นสมาชิกกองทุนอย่างต่อเนื่อง โดยจำนวนสมาชิกกองทุน ณ สิ้นเดือน ส.ค. 2558 มีมากกว่า 2.1 แสนราย และเป็นจำนวนเงินมากกว่า 198 ล้านบาท ตามที่รัฐบาลแจ้งไว้

ธนาคารออมสิน หนึ่งในสามธนาคารของรัฐที่รับสมัครสมาชิกกองทุน จึงขอประชาสัมพันธ์และเชิญชวนประชาชนที่มีสิทธิเป็นสมาชิกกองทุน สมัครเป็นสมาชิกและออมเงินอย่างต่อเนื่อง เนื่องจาก กอช.เป็นโครงการที่ประชาชนจะได้รับประโยชน์สำหรับการออมเงินระยะยาว และเป็นหลักประกันเงินบำนาญของตนเองเมื่อเกษียณแล้ว ซึ่งถือเป็นการสร้างความมั่นคงให้กับชีวิต สำหรับท่านใดที่สมัครเป็นสมาชิกกองทุนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ท่านสามารถออมเงินเป็นประจำตามความสามารถในการออมเงินของท่าน บางท่านอาจจะส่งเงินออมเป็นรายสัปดาห์ รายเดือน หรือตามระยะเวลาที่ท่านสะดวก ซึ่งการส่งเงินออมขั้นต่ำอยู่ที่ครั้งละ 50 บาท ซึ่งท่านสามารถส่งเงินออมของท่านผ่านธนาคารออมสินได้ทุกสาขาทั่วประเทศ

หนึ่งในวัตถุประสงค์ของโครงการ กอช.ของรัฐบาล ก็เพื่อปลูกฝังและสร้างวินัยในการออมเงินให้กับประชาชน ซึ่งการออมในลักษณะนี้เปรียบเสมือนการออมเงินระยะยาวเพื่อไว้ใช้ในยามเกษียณต่อไป ซึ่งอีกหนึ่งข้อดีของโครงการ กอช.นี้ คือ นอกจากเงินตนเองที่ทำการออมในแต่ละครั้งแล้ว ทุกครั้งที่มีการออม รัฐบาลยังสมทบเงินออมให้กับท่านตามสัดส่วนที่ระบุไว้ในโครงการ ซึ่งจะทำให้จำนวนเงินออมเพิ่มขึ้นเร็วกว่าการออมเงินปกติ ซึ่งการปลูกฝังและสร้างวินัยในการออมเงินดังกล่าว ย่อมส่งเสริมคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจของประเทศต่อไป

สำหรับท่านที่คุณสมบัติไม่ตรงกับเงื่อนไขการเป็นสมาชิกกองทุน เช่น พนักงานประจำ ข้าราชการ เจ้าของกิจการ เป็นต้น ช่องทางการออมเงินระยะยาวยังมีช่องทางอื่นๆ ที่ท่านสามารถออมเงินไว้เพื่ออนาคต เพื่อยามเกษียณได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งในปัจจุบันการออมเงินระยะยาวมีหลายผลิตภัณฑ์และหลายช่องทางให้ท่านเลือก สำหรับการออมเงินระยะยาว สำหรับผม มีลักษณะใกล้เคียงกับการลงทุน ซึ่งเป็นจำนวนเงินจำนวนหนึ่งที่ยังไม่มีแผนหรือกำหนดว่าจะต้องนำมาใช้ในระยะเวลาอันใกล้ ดังนั้นการพิจารณาถึงผลตอบแทนในการออมหรือการลงทุน ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญ แต่ทั้งนี้ผลตอบแทนจะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงของแต่ละท่านว่ายอมรับความเสี่ยงจากการลงทุนได้มากหรือน้อยเท่าไร ซึ่งการยอมรับความเสี่ยงของแต่ละท่าน แต่ละวัย แต่ละช่วงอายุ และปัจจัยหรือวัตถุประสงค์ในการออมหรือลงทุน แต่ละท่านก็มีความแตกต่างกัน ซึ่งผมจะขอยกตัวอย่างตามความน่าจะเป็น ความสนใจ การยอมรับความเสี่ยงของแต่ละกลุ่มลูกค้าให้ท่านทราบโดยสังเขป

โดยกลุ่มแรกที่ผมขอยกตัวอย่างคือ กลุ่มที่ต้องการออมเงินหรือลงทุนผ่านเครื่องมือหรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินต่างๆ เพื่อใช้จ่ายในวัยเกษียณ (เช่น โครงการกองทุนการออมแห่งชาติของรัฐบาล เป็นต้น) ซึ่งความต้องการส่วนใหญ่ของกลุ่มลูกค้าดังกล่าว คือจำนวนเงินที่ท่านออมหรือลงทุน หรือที่ส่วนใหญ่เรียกกันว่า เงินต้นยังต้องอยู่ครบ ไม่ลดน้อยลงไป และได้รับผลตอบแทนจากการออมหรือการลงทุนในระดับหนึ่ง เพื่อให้ท่านมีความมั่นใจได้ว่า เมื่อท่านเกษียณอายุแล้ว ท่านจะมีจำนวนเงินเพียงพอต่อการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน หรือดูแลสุขภาพตนเอง เนื่องจากท่านไม่ได้มีรายได้ประจำหรือทำงานหารายได้เหมือนแต่ก่อนแล้ว ซึ่งเมื่อพิจารณาถึงระดับความเสี่ยงแล้ว ลูกค้ากลุ่มนี้มีการยอมรับความเสี่ยงในการลงทุนในระดับต่ำ

โดยในปัจจุบัน มีความหลากหลายให้ท่านเลือกวิธีในการออมหรือลงทุน ที่มีความเสี่ยงในการลงทุนในระดับต่ำ หรือที่เงินต้นของท่านยังอยู่ครบเมื่อถึงระยะเวลาที่กำหนดหรือเมื่อท่านเกษียณอายุ เงินต้นของท่านยังอยู่ครบและมีผลตอบแทนระดับหนึ่ง เช่น การซื้อหรือลงทุนในประกันชีวิตแบบบำนาญ หรือเงินฝากสงเคราะห์ชีวิตแบบออมสินบำนาญของธนาคารออมสิน ซึ่งเป็นการนำฝากเงินตามระยะเวลาและจำนวนวงเงินที่ท่านกำหนด เพื่อให้ท่านมีจำนวนเงินบำนาญไว้ใช้จ่ายยามเกษียณ หรือการลงทุนผ่านกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (Retirement Mutual Fund) หรือ RMF เป็น กองทุนรวมประเภทที่ส่งเสริมให้เกิดการออมเงินระยะยาวไว้สำหรับใช้จ่ายยามเกษียณ ซึ่งจะคล้ายๆ กับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund) ของภาคเอกชน และกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) (Government Pension Fund)ของข้าราชการ ซึ่งท่านสามารถเลือกกองทุนที่มีความเสี่ยงระดับต่ำ (คุ้มครองเงินต้น) ผ่านกองทุน RMF ที่ลงทุนในตั๋วเงินคลัง พันธบัตรรัฐบาล เป็นต้นครับ

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน