
แบงก์พาณิชย์ปรับทัพ รับบริบทการเงินโลกใหม่
โดย...ทีมข่าวการเงินโพสต์ทูเดย์
โดย...ทีมข่าวการเงินโพสต์ทูเดย์
ในการสัมมนาวิชาการประจำปี 2558 ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ธปท.ได้มุ่งเน้นการศึกษาถึงสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปของเศรษฐกิจโลก และปัจจัยในประเทศของไทย ที่ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยเข้าสู่บริบทใหม่ ภายใต้คำที่เรียกขานกันว่า New Normal
ทั้งนี้ เนื่องจากบริบทใหม่ของเศรษฐกิจไทย หรือ New Normal นี้จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินนโยบายต่างๆ ของแต่ละประเทศ ในส่วนของ ธปท.นั้นมีการศึกษาว่าอาจจะกระทบต่อพันธกิจหลักของ ธปท. คือ การดำเนินนโยบายการเงินที่จะเผชิญกับความท้าทายมากขึ้น
นอกจากความท้าทายจาก New Normal ของเศรษฐกิจไทยแล้ว ธปท.ยังเผชิญความท้าทายจากธนาคารพาณิชย์ในไทยหลายแห่งมีต่างชาติเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อีกด้วย
โดยผลการศึกษาที่นำเสนอในการสัมมนาประจำปีของ ธปท.ครั้งนี้ เห็นว่าภายใต้ความเชื่อมโยงทางการเงินของโลกในปัจจุบัน บทบาทของสถาบันการเงินต่างชาติในภูมิภาคเอเชียได้ปรับสูงขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มประเทศเกิดใหม่ การระดมทุนจากประเทศที่ต้นทุนการเงินต่ำมาลงทุนในประเทศที่มีผลตอบแทนสูงได้รับแรงสนับสนุนจากการผ่อนคลายทางการเงินของประเทศเศรษฐกิจหลัก ทำให้สภาพคล่องในระบบการเงินปรับเพิ่มขึ้น จึงนำมาสู่ประเด็นเชิงนโยบายที่สำคัญว่า ปรากฏการณ์เหล่านี้สามารถส่งผลกระทบต่อประสิทธิผลของการดำเนินนโยบายการเงินของแต่ละประเทศหรือไม่ และผ่านช่องทางใด
รวมทั้งได้มีการศึกษาถึงการตอบสนองของธนาคารพาณิชย์ (ธพ.) ผ่านช่องทางการให้สินเชื่อ ต่อการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลาง ภายใต้บริบทต่างๆ เช่น สภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์ และภาวะการเงินของโลก โดยทั่วไปการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะทำให้อัตราการขยายตัวของสินเชื่อชะลอลง
ทั้งนี้ ผลการศึกษาสรุปได้ว่า
(1) ธนาคารพาณิชย์ที่สภาพคล่องตึงตัว (เช่น มีอัตราส่วนเงินให้กู้ต่อสินเชื่อที่สูง) จะตอบสนองต่อการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายมากกว่าธนาคารพาณิชย์ที่มีสภาพคล่องเหลือ
(2) ธนาคารพาณิชย์ตอบสนองต่อการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางน้อยลงในช่วงที่ภาวะการเงินโลกผ่อนคลาย สะท้อนความสามารถในการระดมทุนจากแหล่งเงินทุนภายนอกประเทศที่
ง่ายขึ้น
(3) ธนาคารพาณิชย์ต่างชาติ (หรือมีสัดส่วนการถือครองของต่างชาติมากกว่าร้อยละ 50) ตอบสนองต่อการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายน้อยกว่าโดยเปรียบเทียบ เนื่องจากสามารถพึ่งพาแหล่งเงินทุนจากบริษัทแม่ในต่างประเทศได้
(4) บทบาทที่เพิ่มขึ้นของธนาคารพาณิชย์ต่างชาติยังมีส่วนทำให้ธนาคารพาณิชย์อื่นๆ ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงินภายในประเทศน้อยลง เพราะการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้ธนาคารพาณิชย์ต้องการรักษาฐานลูกค้าและเพิ่มส่วนแบ่งตลาดในตลาดสินเชื่อ
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะมีผู้เห็นด้วยกับผลการศึกษาดังกล่าว แต่ก็มีการตั้งข้อสังเกตว่า แม้ประสิทธิผลของการส่งผ่านนโยบายการเงินในช่องทางการให้สินเชื่อของธนาคารพาณิชย์อาจลดลง แต่ไม่ได้หมายความว่า ประสิทธิผลของนโยบายการเงินในภาพรวม (เมื่อคำนึงถึงการส่งผ่านในช่องทางอื่นๆ) จะลดลง
แต่ในขณะเดียวกัน การดำเนินนโยบายการเงินจะเผชิญกับความท้าทายที่เพิ่มมากขึ้นในอนาคตจากการเปลี่ยนแปลงในปัจจัยเชิงโครงสร้าง เช่น การถือหุ้นของธนาคารพาณิชย์ โดยนักลงทุนต่างชาติที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุจะทำให้สัดส่วนของประชากรที่พึ่งพิงรายได้ดอกเบี้ยเพิ่มมากขึ้น ทำให้ต้นทุนของการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มสูงขึ้น
กรณีนี้ได้มีการนำเสนอแนวทางการเพิ่มประสิทธิผลของนโยบายการเงินภายใต้บริบทใหม่ ได้แก่ การปรับอัตราดอกเบี้ยในขนาดที่เพิ่มขึ้น หรือเพิ่มบทบาทการส่งผ่านนโยบายในช่องทางอื่น เช่น อัตราแลกเปลี่ยน นอกจากนี้การเพิ่มประสิทธิผลของนโยบายการเงินควรทำควบคู่ไปกับการใช้มาตรการดูแลความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจมหภาคและภาคสถาบันการเงิน (Macroprudential measures) เพื่อรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจการเงินระยะยาวด้วย







