
เฟดคงดอกเบี้ยน้ำมันดิ่ง-บาทอ่อน
ธปท.เตือนเอกชนรับมือค่าเงินไร้ทิศทาง เฟดคงดอกเบี้ยทำบาทอ่อนยวบ 0.3%
ธปท.เตือนเอกชนรับมือค่าเงินไร้ทิศทาง เฟดคงดอกเบี้ยทำบาทอ่อนยวบ 0.3%
นางเจเน็ต เยลเลน ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) แถลงผลการประชุมเมื่อวันที่ 18 ก.ย. ว่า เฟดมีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.25% เนื่องจากยังกังวลต่อสภาพเศรษฐกิจที่ยังชะลอตัวและสภาพความผันผวนในตลาดการเงิน
นางเยลเลน เปิดเผยว่า การแข็งค่าของเงินเหรียญสหรัฐและการตกต่ำของตลาดหุ้น ทำให้อาจกลายเป็นปัจจัยที่ชะลอเศรษฐกิจสหรัฐแม้เฟดจะไม่ทำอะไรก็ตาม
หลังเฟดประกาศคงดอกเบี้ย เมื่อตลาดหุ้นนิวยอร์กเปิดทำการก็ปรับตัวลดลงทันที 215.96 จุด หรือ 1.3% โดยหุ้นกลุ่มการเงินและพลังงานดิ่งลงนำตลาด และราคาสัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้า WTI ร่วงลงกว่า 3%
แถลงการณ์ของเฟด ระบุว่า กำลังจับตาสถานการณ์ในต่างประเทศที่จะกระทบกับเศรษฐกิจสหรัฐ นอกจากนี้ ยังได้ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐในปี 2559 สู่ระดับ 2.2-2.6% และคาดว่าจะขยายตัว 2.2% ในปี 2560
เฟด ระบุว่า กรรมการนโยบายการเงิน 13 ราย จากทั้งหมด 17 ราย ที่คาดการณ์ว่าจะมีการขึ้นดอกเบี้ยภายในปีนี้อย่างน้อย 1 ครั้ง ถือว่าปรับลดลงจากการประชุมเมื่อเดือน มิ.ย. ที่มีผู้กำหนดนโยบายของเฟด 15 ราย ที่เชื่อว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้
ขณะที่กรรมการอีก 4 คน เชื่อว่าจะไม่มีการขึ้นดอกเบี้ยจนกว่าจะถึงปี 2559 สำหรับในปีนี้ เฟดเหลือการประชุมอีก 2 ครั้ง คือในเดือน ต.ค. และเดือน ธ.ค.
ด้าน นางจันทวรรณ สุจริตกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการสายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า การที่เฟดคงดอกเบี้ยที่ 0–0.25% ไว้ก่อน มีผลต่อตลาดเงินและตลาดทุนในภูมิภาคเล็กน้อย ค่าเงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่าประมาณ 1% เมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักอื่นๆ เงินบาทยังเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ โดยเมื่อวันที่ 18 ก.ย. เคลื่อนไหวที่ระดับ 35.84 บาท อ่อนค่าลง 0.3% เมื่อเทียบกับ
วันก่อนหน้า
“ถึงเฟดจะเลื่อนขึ้นดอกเบี้ยออกไป แต่ตลาดเงินโลกยังผันผวนต่อไปจากความเสี่ยงของเศรษฐกิจจีน ทำให้ค่าเงินบาทยังเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง ภาคเอกชนควรระมัดระวัง โดยอาจซื้อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน เพื่อลดทอนผลกระทบด้านลบที่อาจเกิดขึ้น” นางจันทวรรณ กล่าว
นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ กล่าวว่า เมื่อเฟดคงดอกเบี้ยจะทำให้ค่าเงินในตลาดโลกไม่ผันผวนมากจนเกินไป ค่าเงินบาทจะนิ่งขึ้นหรือแข็งค่าขึ้นเพียงเล็กน้อย







